ขอท่านหญิงเฉินอย่าได้ถือสาเลยนะเจ้าคะ!”
หมิงจูพูดพลางร้องไห้น้ำตานอง ขณะที่ปกป้องหลี่เยว่หานที่แสร้งทำเป็นกลัวจนไม่กล้ามองจี้ซินเยว่และอ้อนวอนขอความเมตตาอย่างน่าสงสาร ในเวลานั้นคนภายนอกที่มาดูเรื่องวุ่นวายก็เพิ่มมากขึ้น แม้ไม่กล้าเข้ามาดูที่ประตูเพราะกลัวจี้ซินเยว่เป็นวัณโรคจริง แต่ก็ยังกล้าแอบดูผ่านรั้วกั้น
เมื่อเห็นจี้ซินเยว่ที่ทำตัวยโสโอหัง และหลี่เยว่หานที่กลัวจนตัวสั่นซ่อนอยู่หลังสาวใช้ พวกคุณชายที่ชอบเที่ยวเตร่ก็เกิดความรู้สึกอยากปกป้องสตรีอ่อนแอขึ้นมา
“เด็กน้อย! อย่ากลัวไป! ท่านหญิงของเจ้ามีบรรดาศักดิ์ ไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้ท่านหญิงเฉินที่สามีตายไปแล้วผู้นี้! อย่างมากก็แค่แสดงฐานะคุณหนูแห่งจวนกั๋วกงออกมา อย่าให้ท่านหญิงเฉินรังแกได้!”
มีเสียงตะโกนมาแต่ไกล
จี้ซินเยว่โกรธจนตะโกนลั่น “ผู้ใดกำลังพูดเหลวไหลอยู่ที่นั่น! ปากสกปรกพูดไม่เป็นมีแต่คำหยาบคาย สู้เย็บปากไว้ยังจะดีกว่า!”
“จุ๊ ๆ ๆ ดูท่าทางอย่างกับแม่ค้าหัวตลาดเช่นนี้ ยังกล้าอ้างว่าเป็นสตรีผู้เพียบพร้อมอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงอีก? ข้าว่าน่าจะเป็นหญิงบ้าอันดับหนึ่งมากกว่า!” มีเสียงเย้ยหยันดังมาจากที่ใดสักแห่ง ยิ่งทำให้จี้ซินเยว่โกรธจนแทบขาดใจ!
“หลี่เยว่หาน! เจ้าอย่าแสร้งทำท่าอยู่ตรงนั้น! รีบพูดกับข้าดี ๆ! เหตุใดถึงใส่ร้ายข้า! รีบสารภาพมา!” จี้ซินเยว่เถียงคนภายนอกไม่ได้ จึงหันมาระบายโทสะใส่หลี่เยว่หาน ถึงขั้นยกเท้าทำท่าจะเตะหลี