ามารดาของเขา…
“นายท่านผู้เฒ่า” หลิ่วฟูเหรินสั่งการเรื่องต่าง ๆ เสร็จแล้วก็ไปที่ลานบ้านของนายท่านผู้เฒ่าหลิ่วทันที
หลังจากการเดินทางอันยาวไกล เมื่อตั้งรกรากลงมาได้ สุขภาพของผู้เฒ่าหลิ่วก็ย่ำแย่ลงทุกวัน ทั้งหลิ่วเทียนเสียงและหลิ่วฟูเหรินต่างก็เป็นห่วงมาก จึงจ้างขุนนางที่มาจากแคว้นอื่นมาพักอยู่ที่บ้าน เพราะกลัวว่านายท่านผู้เฒ่าหลิ่วจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นมากะทันหัน
“เจียเยว่มาแล้วหรือ?” นายท่านผู้เฒ่าหลิ่วลืมตาขึ้นเรียกนามรองของหลิ่วฟูเหรินแล้วก็เริ่มไอ
เมื่อเห็นเช่นนั้น หลิ่วฟูเหรินก็รีบเข้าไปช่วยปลอบประโลมผู้เฒ่าหลิ่ว “นายท่านผู้เฒ่า ท่านต้องดูแลสุขภาพให้ดี ตอนนี้พวกเราได้ที่พักพิงแล้ว วันนี้ท่านก็ออกไปเริ่มคุยกิจการแล้ว ข้าเชื่อว่าตระกูลหลิ่วของพวกเราจะตั้งรากฐานในเมืองหลวงได้อย่างรวดเร็วแน่นอน!”
นายท่านผู้เฒ่าหลิ่วไอสักพัก ในที่สุดก็หายใจโล่งขึ้น แล้วถอนหายใจพลางกล่าวว่า “เจ้ารู้หรือไม่ ที่พวกเราสามารถมีที่ดินผืนเล็ก ๆ นี้ได้ ก็เพราะใคร?”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลิ่วฟูเหรินก็งุนงง “นายท่านผู้เฒ่าไม่ได้บอกหรือว่านี่เป็นทรัพย์สินส่วนตัวของท่านตอนหนุ่ม ๆ”
“ไม่ใช่ ไม่ใช่…” นายท่านผู้เฒ่ากล่าวพลางไอสองสามที แล้วจึงค่อย ๆ พูดว่า “ข้ากลัวว่าสุขภาพของข้าคงจะไม่ดีแล้ว ดังนั้นจึงคิดว่าข้ายังต้องบอกเรื่องนี้กับพวกเจ้า เทียนเสียงรักจื้อหย่วนมากเกินไป เรื่องนี้บอกเขาไม่ได้ต้องบอกเจ้าเท่านั้น”
“ลานบ้า