หรือ สำหรับพวกเขาแล้วข้าไม่คิดว่ามันจะง่ายดายถึงเพียงนั้น อย่างดีก็ไม่เกินหวาซีแน่นอน”
หลี่เยว่หานถอนหายใจออกมาหลังจากได้ยิน ความกังวลก็คลายลงบ้าง “แต่หากข้าเปิดเผยตัวตนกับซิงกั๋วกง แล้วท่านตาของข้าต้องการพาหลี่ต้าเฉิงเข้ามาเล่า”
“นั่นก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย” เมิ่งฉีฮ่วนอุ้มหลี่เยว่หานขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน “หากซิงกั๋วกงต้องการยอบรับว่าเจ้าเป็นหลานสาวของเขา แต่ยังต้องการพาตัวหลี่ต้าเฉิงมายังเมืองหลวงด้วยเช่นนั้น หวังเฟิงผู้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จะไม่ได้ประโยชน์ เมื่อหลี่ต้าเฉิงมาที่นี่เพียงลำพัง เขาจะไม่สามารถทำสิ่งใดได้ อันที่จริงข้าคิดว่าตราบใดที่หวังเฟิงที่เป็นตัวปัญหาไม่ได้อยู่ใกล้กับหลี่ต้าเฉิงเราก็ยังสามารถจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้อยู่”
นางก็คิดว่านี่เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลเช่นกัน จึงได้ถอนหายใจออกมาอีกครั้งแล้วพยักหน้าตามโน้มตัวเข้าไปในอ้อมแขนของสามีระหว่างที่เขาเดินเข้าไปในจวนแม่ทัพ
หลังจากได้ฟังเรื่องลับมากมายจากหอฟ่านเทียนแล้ว หลี่เยว่หานก็รู้สึกเหนื่อยล้าไปทั้งกาย เมื่ออาบน้ำเสร็จเรียบร้อยก็เอนหลังลงเตียงก่อนจะหลับไป เมิ่งฉีฮ่วนที่จัดการงานราชการในห้องหนังสือเรียบร้อยแล้วก็เข้ามานั่งยอง ๆ ลงข้างเตียงใกล้กับหลี่เยว่หานแล้วเอ่ยขึ้น “เยว่หาน มีเรื่องที่จวนตระกูลเฉิน…”
นางลืมตาขึ้นมองเมิ่งฉีฮ่วนเมื่อได้ยินเช่นนั้น ตามด้วยการถอนหายใจ “หากเจ้าเป็นห่วงจี้ซินเยว่ก็ลองดูสิ”
“ไม่ใช่อย่าง