นั้น” เมิ่งฉีฮ่วนตกใจเล็กน้อย “ข้าคิดว่าเจ้าไปที่หอฟ่านเทียนเพื่อฟังข่าวลับพวกนั้นจากคนอื่น จึงคิดขึ้นว่าเหตุใดข้าจึงไม่บอกเรื่องที่ตัวเองรู้กับเจ้าบ้าง เพื่อเจ้าจะได้ไม่ต้องเป็นที่สนใจของผู้อื่น”
“เจ้ามีเรื่องเกี่ยวกับจี้ซินเยว่จะบอกข้างั้นหรือ” จู่ ๆ หลี่เยว่หานก็ฟื้นคืนพลังกลับมา ความกังวลเกี่ยวกับหลี่ต้าเฉิงหมดไป และรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที
เมื่อเห็นว่านางสนใจเรื่องลับของจี้ซินเยว่มากเมิ่งฉีฮ่วนก็ถึงกับพูดไม่ออก เขาเอาเก้าอี้ตัวเล็กมานั่งแล้วพูดต่อ “ใช่ ข้ามาที่นี่เพื่อเอาข่าวลือมาเล่าให้เจ้าฟัง”
“รีบพูดมาเร็วเข้า” หลี่เยว่หานกอดผ้าห่มแล้วลุกขึ้นนั่ง
“หลังจากงานเลี้ยงในวังหลวงครั้งที่ผ่านมา จี้ซินเยว่รู้สึกอับอายอย่างมาก นางกลับไปที่จวนและดื่มสุราจนเมามายและยังยั่วยวนเด็กหนุ่มที่เลี้ยงดูไว้ในบ้าน วันนี้มีคนส่งข่าวมาบอกข้าว่าจี้ซินเยว่สังหารเด็กหนุ่มที่เลี้ยงดูเอาไว้ไปแล้ว” หลังพูดจบเมิ่งฉีฮ่วนก็กะพริบตาให้หลี่เยว่หาน
หลี่เยว่หานตกตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็คิดอะไรขึ้นมาได้ “จี้ซินเยว่เลี้ยงดูเด็กหนุ่มไว้ในบ้านงั้นหรือ ช้าก่อน ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ที่นางบอกเจ้าว่าตนเองยังบริสุทธิ์ แล้วตลอดหลายปีที่ผ่านมานางอยู่ได้อย่างไร ไม่ได้มีสัมพันธ์กับชายหนุ่มเลยอย่างนั้นหรือ”
“เอ่อ…” เมิ่งฉีฮ่วนรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็น…
“เมื่อจู่ ๆ นางสังหารเด็กหนุ่มที่เลี้ยงดูเอาไว้ นั่นก็หมายความว่