านางและเขาได้มีสัมพันธ์กันแล้วจริง ๆ อย่างนั้นหรือ” จู่ ๆ หลี่เยว่หานก็ตื่นเต้นขึ้นอีก “โอ้ ข้าเดาไม่ผิดแน่ จี้ซินเยว่คิดว่าความบริสุทธิ์ของนางจะสามารถดึงดูดให้เจ้าคิดถึงความสัมพันธ์ในอดีตขึ้นมาได้ แต่นางไม่คาดคิดว่าเจ้าจะทำลายไมตรีของนางด้วยมือตัวเองอย่างไร้เยื่อใยเพียงนี้ นางจึงดื่มสุราบรรเทาความเศร้าโศก และได้มอบความบริสุทธิ์ที่เฝ้าปกป้องไว้แก่ชายผู้ครองใจนางมานานหลายปี นี่มัน น่าตื่นเต้นเกินคาดเสียจริง”
เมื่อเห็นท่าทางตื่นเต้นของหลี่เยว่หาน เมิ่งฉีฮ่วนก็คิดว่าการตัดสินใจเล่าเรื่องนี้แก่นางนั้นเป็นสิ่งที่ฉลาดมาก
ก่อนหน้านี้หลี่เยว่หานยังขุ่นเคืองไปด้วยความรู้สึกหวาดระแวงต่อหลี่ต้าเฉิง แต่เวลานี้นางกลับเต็มไปด้วยความกระฉับกระเฉงหลังจากเหี่ยวเฉาไปก่อนหน้า
“เอาล่ะ นี่ดึกแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องเข้านอน” เมิ่งฉีฮ่วนลูบศีรษะของหลี่เยว่หานด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
นางก็เอนตัวลงอย่างเชื่อฟัง กุมมือของสามีเอาไว้แล้วเอ่ยขึ้น “แม้ว่าข้าจะเกลียดจี้ซินเยว่ แต่ก็นึกภาพไม่ออกเลย ว่านางต้องแตกสลายเพียงใด ข้าควรส่งบัตรอวยพรแก่นางในนามจวนแม่ทัพดีหรือไม่”
“ทำเช่นนี้มีแต่จะเติมฟืนให้ไฟโทสะของนางได้” เมิ่งฉีฮ่วนไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรดี “ปล่อยจี้ซินเยว่ไปเถิด ส่วนเจ้าก็อย่าก่อเรื่องจะดีกว่า กำลังตั้งครรภ์อยู่แท้ ๆ แต่กลับหาเรื่องออกจากบ้านติดกันสามวันเช่นนี้ได้อย่างไร”
หลี่เยว่หานได้ฟังก็รู้สึกว่ามันสมเหตุสมผล