้ซินเยว่ดังขึ้น “ตัวข้าดำรงตำแหน่งอาวุโสสูงสุดในหมู่สตรีที่แต่งงานมานานกว่าห้าถึงหกปี แต่นางเพิ่งเข้าสู่เมืองหลวงและไม่เข้าใจมารยาทของที่นี่ ข้าจึงอยากบอกกล่าวกับนางด้วยความปรารถนาดี แต่ใครจะทราบว่าหลังจากกล่าวตักเตือนไปแล้ว ฮั่นหรงฟูเหรินผู้นั้นถึงกลับกล้าตอบโต้ข้าว่านางมีตำแหน่ง แต่ตัวข้าไม่มี และนางต้องการให้ข้าปฏิบัติต่อนางด้วยความเคารพ!”
ได้ยินอย่างนั้น ทุกคนรอบข้างถึงกับตกตะลึงไป อีกด้านไม่มีใครคาดคิดว่าจี้ซินเยว่จะได้ตอบโต้กับหลี่เยว่หาน อีกด้านก็ลอบนึกในใจว่าเหตุใดหลี่เยว่หานจึงมีความกล้าเช่นนั้นได้
ท้ายที่สุด พวกนางทั้งหมดล้วนแต่เป็นสตรีในราชสำนัก ทุกคนทราบดีว่าคราวนั้นเกิดอะไรขึ้นกับจี้ซินเยว่และเมิ่งฉีฮ่วน หรือว่าฮั่นหรงฟูเหรินไม่เกรงกลัวสามีจะขุ่นเคืองเลยหรือ?
แต่ก็ยังมีบางคนที่คิดเห็นแตกต่างออกไป “เฉินฟูเหริน สิ่งที่ฮั่นหรงฟูเหรินกล่าวคล้ายจะถูกต้องแล้ว แม้ว่าเจ้าจะได้รับตำแหน่งมายาวนาน แต่นางก็ได้รับพระบัญชาจากฮ่องเต้ทรงแต่งตั้งให้เป็น แม้เจ้าจะมีตำแหน่งจริง ๆ แต่ก็ไม่อาจเทียบเท่านางได้”
“เจ้าจะไปรู้อะไร!” จี้ซินเยว่ถูกต่อว่าเช่นนั้นก็เกิดอับอายขึ้นมา “เป็นเพราะข้าห่วงใยนางต่างหาก ข้าจึงสั่งสอนมารยาทให้ ไม่เช่นนั้นข้าจะไปยุ่งเกี่ยวกับสาวชนบทหยาบคายผู้นั้นเพื่ออะไร!”
“…”
ขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกัน หลี่เยว่หานเดินติดตามฮองเฮาเข้ามาด้านในแล้ว
บรรดานางในและนางสนมทั้งหมดถวา