ฑลหยงอัน แล้วให้กำเนิดลูกสาวตัวน้อยน่ารักเช่นเจ้า”
เมื่อได้ยินแบบนี้ หลี่เยว่หานก็สับสนไปหมด
“เมิ่งฉีฮ่วน ภรรยาตัวน้อยของเจ้าขี้อายอย่างนั้นหรือ ทำไมอยู่ ๆ ถึงได้ใสซื่อ?” ฮ่องเต้เฒ่าเห็นหลี่เยว่หานไม่เอ่ยพูดสิ่งใดเลย จึงอดหันมองเมิ่งฉีฮ่วนอย่างช่วยไม่ได้
เมิ่งฉีฮ่วนเองก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน “ฝ่าบาท เดิมทีเยว่หานเป็นสาวชนบท แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยนึกถึงเรื่องความเจริญมั่งคั่ง ท่านได้พบนางครั้งแรกก็บอกข่าวใหญ่โตให้นางเสียแล้ว นางก็ต้องใช้เวลาในการครุ่นคิดสักพัก”
เมื่อได้ยินแบบนี้ ฮ่องเต้เฒ่าก็รู้สึกว่าสมเหตุสมผล เมื่อครุ่นคิดแล้ว จึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “หากเจ้าไม่ต้องการจดจำบรรพบุรุษของเจ้าก็ไม่เป็นไร เพราะถึงอย่างไร คนในตำหนักซิงกั๋วตอนนี้ค่อนข้างวิกลจริต เพียงแต่เจ้ามีรูปลักษณ์คล้ายกับแม่ของเจ้าแทบทุกอย่าง เช่นนั้นก็ต้องระวังอย่าให้พวกคนเฒ่าคนแก่ในตำหนักซิงกั๋วพบเจ้า”
“…” หลี่เยว่หานรู้สึกหดหู่มากกว่าเดิม
ฮ่องเต้เฒ่าผู้นี้นี่อะไรกัน เพิ่งบอกข่าวใหญ่ให้นางได้ทราบ หลังจากนั้นก็เอ่ยพูดจาคลุมเครือให้นางได้รับฟังอีกครั้ง ตอนนี้นางเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าควรจะแสดงความขอบคุณหรือหันหลังแล้วเดินจากไปจะเป็นการดีเสียกว่า
แต่ถึงอย่างไร หลี่เยว่หานก็ยืนยันได้แล้วว่าเมิ่งฉีฮ่วนกับฮ่องเต้เฒ่าไม่ได้ข้องเกี่ยวกันทางสายเลือด ตนกับผู้ชายของตนจึงไม่ต้องเข้าร่วมการต่อสู้อันร้อนแรงเพื่อแย่งชิงอำนาจกัน เท่านี้ก็เป