็นอันพอแล้ว
“ฝ่าบาท!” หลี่เยว่หานเห็นฮ่องเต้ยกมือเกาศีรษะและใบหูเช่นนี้ จึงเริ่มทำใจให้สงบลงแล้วเปิดปากถาม “หม่อมฉันต้องการคำยืนยันจากฝ่าบาทสองประการเพคะ ไม่ได้สำคัญอะไรมากมาย ไม่ทราบว่าฝ่าบาทจะช่วยขจัดความสงสัยได้หรือไม่เพคะ?”
เมื่อได้ยินหลี่เยว่หานเริ่มเอ่ย ฮ่องเต้จงเจิ้งจึงรีบพยักหน้าทันที “เชิญถาม เชิญถาม!”
“ประการแรก หม่อมฉันอยากทราบ สามีของหม่อมฉันซึ่งเป็นแม่ทัพกองทหารม้านี้ ต้องเดินทางไปทั่วแดนตลอดเลยหรือไม่ เมื่อองค์รัชทายาททรงรับสั่งจะต้องพุ่งเข้าสังหารศัตรูเลยหรือไม่?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฮ่องเต้ก็โบกมือก่อนจะบอกกล่าว “ไม่ต้อง นอกจากเมิ่งฉีฮ่วนจะเป็นแม่ทัพนำพลทหารม้าแล้ว ยังเป็นถึงรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมด้วย เป็นผู้บังคับบัญชามีอำนาจในกระทรวงกลาโหม เพียงแค่นั่งสั่งการอยู่เบื้องหลัง ไม่ต้องพูดถึงรัชทายาท แม้เป็นตัวเราเองก็ไม่สามารถสั่งเขาให้ไปออกรบได้ง่าย ๆ แต่แน่นอนว่า หากเขาต้องการเอง เราก็ไม่คัดค้านเช่นกัน”
เมื่อได้เข้าใจคำพูดของฮ่องเต้ ภายในใจของหลี่เยว่หานก็ตั้งมั่น ก่อนจะหันมองเมิ่งฉีฮ่วนที่อยู่ข้าง ๆ แววตาค่อนข้างซับซ้อน ไม่ทราบว่ากำลังคิดสิ่งใดกันแน่
“ขอบพระทัยฝ่าบาทอย่างยิ่งที่ช่วยขจัดความสงสัยเพคะ” หลี่เยว่หานโค้งคำนับด้วยความเคารพ ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ส่วนอีกคำถาม หม่อมฉันเพียงอยากถามฝ่าบาทว่าจะให้ส่งตัวมู่ชวนกับหลิงซีอย่างไรเพคะ?”
ข้อนี้เป็นคำถามที่จริงจัง แม้แ