งฉีฮ่วนเมื่อเห็นว่าหลี่เยว่หานพูดจ้อออกมาเช่นนี้ ก็อดรู้สึกขบขันขึ้นมาไม่ได้ “เจ้าไม่กลัวหรือว่าจะถูกข้าทำให้เงียบเสียหากเจ้ารู้มากเกินไป?”
“ไม่ใช่ว่าข้าไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้” หลี่เยว่หานสารภาพ “หากแต่ข้าเชื่อใจท่าน”
“เชื่อใจ?” เมิ่งฉีฮ่วนขมวดคิ้ว “เจ้ารู้ไหมว่าทำไมข้าถึงสนใจเจ้า”
“นั่นสิ ทำไมท่านถึงสนใจข้านะ?” หลี่เยว่หานระงับอารมณ์และคำพูดพร้อมโยนคำถามกลับไป “ข้าคิดถึงปัญหานี้มานับครั้งไม่ถ้วน ด้วยความสามารถของท่าน หากคิดต้องการปกป้องมู่ชวนและหลิงซีไว้ที่หมู่บ้านไป๋อวิ๋นก็ล้วนไม่เป็นปัญหาเลยด้วยซ้ำ หรือแม้ว่าท่านจะต้องการตบตาคนอื่น หวังเหอฮวาเหมาะสมกว่าข้า เพราะอย่างไรเสีย นางก็ไม่มีสมอง”
“แต่ข้านั้นแตกต่าง ข้ามีความคิดมากมาย และท่านเองก็ต้องใช้ความพยายามไม่น้อยเพื่อสร้างเรื่องโกหกและเก็บข้าเอาไว้ หากเหตุผลเพียงเพราะลัญจกรหยกเปล่งประกายในวันที่เราพบกัน ข้าไม่คิดว่านั่นจะเป็นเหตุผลที่ดีมากพอ”
พูดตามตรง หากให้หลี่เยว่หานให้เหตุผล แต่ละจุดแต่ละปมนั้นจะชัดเจน ไร้ซึ่งความยุ่งเหยิงวุ่นวายใด บางทีอาจเป็นเพราะว่าตนนั้นเป็นชาวราศีมังกร จึงมักจะคิดถึงด้านที่เลวร้ายที่สุดของสิ่งต่าง ๆ อยู่เสมอ
หลังจากฟังคำพูดยาวเหยียดของหลี่เยว่หาน เมิ่งฉีฮ่วนก็ทอดถอนหายใจและทำได้เพียงยอมแพ้ “เจ้าพูดถูก หากเพียงเพราะลัญจกรหยกเปล่งประกายในวันที่ข้าช่วยชีวิตเจ้าไว้ จะว่าถูกก็ไม่ใช่ผิดก็ไม่เชิง แต่หลังจาก