ะมองไปยังเหยียนจื่อเซียง “จื่อเซียง ช่วยข้าหน่อยสิ”
ทันทีที่ได้ยินดังนั้น ดวงตาของเหยียนจื่อเซียงก็พลันเป็นประกาย “ท่านต้องการความช่วยเหลือแบบไหน! ทำลายศพลบหลักฐานหรือ? ข้าไม่เคยทำเรื่องแบบนี้มาก่อน แต่ข้าสามารถไปหาคนที่อำเภอมาจัดการให้ได้!”
เหยียนจื่อเซียงปริปากเอ่ยไปเรื่อยเปื่อย แต่ทำเอานางเฉากลัวจนฉี่ราด “แม่นางไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด! ข้าไม่ได้ยินอะไรเลยจริง ๆ! ข้ากลับบ้านไปแล้วจะดื่มยาให้เป็นใบ้เสีย รับประกันว่าจะไม่ให้หลุดจากปากไปแม้สักครึ่งคำ!”
หลี่เยว่หานหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ “ข้าจะขอให้เจ้าช่วยข้าจัดของก็เท่านั้น วันนี้ข้าตั้งใจจะย้ายออกจากหมู่บ้านจางหนิงไปตั้งรกรากที่อำเภอหวาซีพร้อมกับลูก ๆ”
ได้ยินดังนั้น เหยียนจื่อเซียงก็ส่งเสียง “อ้อ” อย่างรู้สึกผิดหวังออกมา ก่อนจะพาสองพี่น้องกลับไปในบ้านเพื่อจัดข้าวของ
ในตอนแรกที่มาถึงที่นี่นั้นมีของไม่ได้มากนัก อีกทั้งยังไม่ได้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านจางหนิงเป็นเวลานาน ดังนั้นข้าวของจึงไม่นับว่ามากมาย เหยียนจื่อเซียงออกจากบ้านไปเพื่อไปหาเกวียนคันหนึ่งให้ส่งสารไปยังร้านผ้าตระกูลเหยียนและหอสุรามัจฉาว่าให้พวกเขาหารถม้าสองคันมาที่หมู่บ้านจางหนิง
ด้านนี้ นางเฉาถูกปิดปากและมัดเอาไว้ ก่อนจะถูกโยนเข้าไปในครัว
ส่วนหลี่เยว่หานนั้นนั่งยองพลางทอดถอนหายใจ
“ท่านอาสะใภ้ ตัดใจทิ้งแตงโมพันธุ์เหม่ยเหรินกับองุ่นไม่ลงหรือเจ้าคะ?” หลิงซีซึ่งยังนั่งยองอยู่