ดหัวอย่างยิ่ง
“ท่านอาสะใภ้วางแผนจะจัดการนางเช่นไร?” ราวกับหลิงซีเข้าใจว่าทำไมหลี่เยว่หานถึงหงุดหงิด จึงเอ่ยถามขึ้นมาโดยตรง
เมื่อนางเฉาได้ยินสิ่งนี้ ก็เบิกตากว้างรอคอยคำตอบของหลี่เยว่หานเช่นกัน
หลี่เยว่หานขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสั่นศีรษะอย่างจนปัญญา “ข้าไม่รู้”
แม้ว่านางเฉาจะมีปัญหาขัดแย้งกับนางมาหลายต่อหลายครั้ง ทว่านางก็ไม่สามารถทำอะไรโหดร้ายถึงขนาดฆ่าปิดปากใครได้ แต่นางมั่นใจอย่างยิ่งว่าตราบใดที่นางเฉาได้ออกจากบ้านของนางไปแบบไม่บุบสลาย แม้ว่านางจะย้ายไปอยู่ในตัวอำเภอแล้ว ผู้คนก็ต้องได้รับรู้กันว่าหญิงม่ายเช่นนางนั้นตั้งครรภ์
อย่างไรเสีย ปากของนางเฉาก็ไม่เคยมีหูรูด
“เช่นนั้นแล้วมิสู้ฝังไปเลยดีกว่าหรือ!” จู่ ๆ หลิงซีก็เอ่ยประโยคนี้ขึ้น ถ้อยคำนี้ไม่เพียงแต่ทำให้นางเฉาตกใจกลัว แม้แต่หลี่เยว่หานเองก็ตัวแข็งค้าง
“ฝังหรือ?”
“เจ้าค่ะ!” หลิงซีพยักหน้าอย่างจริงจัง “ท่านอาเคยบอกว่าหากมีใครละเมิดข้อห้ามก็ให้เอาไปฝังไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ปริปากสร้างหายนะขึ้นมาได้”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ หลี่เยว่หานพลันยกมือกุมหน้าผาก
แท้จริงแล้วเมิ่งฉีฮ่วนสอนสองพี่น้องนี่อย่างไรกันแน่ เด็กหญิงหลิงซีในวัยสี่ขวบถึงสามารถเอ่ยคำว่า “ฝังคน” ขึ้นมาได้ ดูท่าว่าหลังจากคลอดบุตรในครรภ์ของตนแล้ว หญิงสาวจะไม่ปล่อยให้เมิ่งฉีฮ่วนเป็นคนสั่งสอนลูกอย่างแน่นอน
“พี่สาวเยว่” ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายคล้อยแล้ว สารที่เหยียนจื