่างไร ท่านก็มีพระคุณประหนึ่งให้ชีวิตใหม่แก่ข้า ข้าไม่อาจเนรคุณไม่คิดตอบแทนได้!”
“เจ้า…” หลี่เยว่หานอยากจะบอกว่าเจ้าไม่ต้องก่อเรื่อง ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้ปริปาก เหยียนจื่อเซียงก็เอ่ยแทรกขึ้นมาก่อน
“อีกทั้งสถานะของท่านในหมู่บ้านจางหนิงในยามนี้คือหญิงม่าย ข้าไม่คิดว่าคนในหมู่บ้านจางหนิงจะเป็นมิตรกับหญิงม่ายมีครรภ์ได้นักหรอกนะ ท่านเองอาศัยอยู่ที่นี่มาเกือบครึ่งปีแล้ว ก็น่าจะเข้าใจดีว่าคนพวกนี้มีสีหน้าคร่าตาแบบไหน”
เมื่อได้ยินวาจาของเหยียนจื่อเซียง หลี่เยว่หานก็ก้มหน้าลงอย่างหงุดหงิด พลางลูบหัวของหลิงซีที่ยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้นกอดขาของนางเบา ๆ ก่อนจะทอดถอนหายใจออกมาแล้วเอ่ยว่า “ไม่ใช่ว่าข้าไม่ต้องการเด็กคนนี้ แต่เขาเกิดมาในเวลาที่ไม่เหมาะสมจริง ๆ”
“ไม่ ไม่เอา” หลิงซีเงยหน้าเล็ก ๆ ของนางที่มีน้ำมูกและน้ำตาไหลอาบไปทั่วใบหน้า แล้วกล่าวอ้อนวอน “ท่านอาสะใภ้จะปล่อยน้องชายคนเล็กไปไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงท่านอาเสียด้วยซ้ำ แม้แต่หลิงซียังรู้ว่าหากต้องการทำแท้งในเวลานี้ ท่านอาสะใภ้ย่อมต้องเสี่ยงชีวิต!”
“นั่นสิ พี่สาวเยว่” เหยียนจื่อเซียงโน้มน้าว “สองเดือนแล้ว หากจะเอาเด็กออกแล้วละก็ ไม่ต้องพูดถึงว่าร่างกายของท่านจะทนได้หรือไม่ แม้แต่หมอที่เก่งที่สุดก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าท่านจะสามารถตั้งครรภ์ได้อีกในอนาคต”
เมื่อได้ยินคำพูดของพวกเขา หลี่เยว่หานพลันลังเล
หารู้ไม่ว่านางเฉาขึ้นไปบนภูเขาและได้เห็ดหลิ