นางเดินไปเองเถอะขอรับ” หลังจากกล่าวจบ มู่ชวนจึงเอ่ยเรียกต้าไป๋ ดวงตาของลูกหมาป่าเป็นประกาย มู่ชวนไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำใด เด็กชายเพียงหยิบกล่องอาหารที่อยู่ในมือของหลี่เยว่หานมาถือไว้เอง
หลังจากนั้น มู่ชวนก็จับมือของหลิงตังและหลี่เยว่หาน แล้วค่อย ๆ เดินตามหลังต้าไป๋ไปยังใต้ต้นไม้
เมื่อเห็นดังนี้ หลี่เยว่หานพลันทำตัวไม่ถูก
แม้ว่ามู่ชวนจะอายุยังน้อย ทว่าจิตใจของเขานั้นลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมองจากลักษณะท่าทางของเขาในตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าเขามองตัวเองเป็นเด็กผู้ชายคนเดียวในบ้าน จึงต้องการทำตัวให้เป็นเสาหลักของครอบครัว ในขณะที่จับมือน้องสาวและนาง เด็กชายก็ไม่ลืมเอ่ยเตือนให้พวกนางเดินอย่างระมัดระวัง
เมื่อเดินถึงที่ร่มใต้ต้นไม้ ต้าไป๋ก็นั่งรออยู่ข้าง ๆ อย่างตื่นเต้นแล้ว
หลี่เยว่หานปล่อยให้มู่ชวนพาหลิงซีนั่งลงก่อน จากนั้นนางจึงหยิบอาหารออกมาจากปิ่นโต
แน่นอนว่าด้านบนเป็นกล่องข้าวของมู่ชวน ส่วนด้านล่างมีชามดินเผาที่เต็มไปด้วยกระดูกและเนื้อสดอยู่เต็มชาม ทำเอาต้าไป๋น้ำลายสอ
“มู่ชวน ต้าไป๋ไม่กล้ากินหากเจ้าไม่สั่ง” หลี่เยว่หานเห็นว่าแม้นางจะวางชามดินเผาไว้ตรงหน้าต้าไป๋แล้ว แต่มันกลับยังนั่งนิ่งไม่กิน หญิงสาวจึงเอ่ยบอกมู่ชวนซึ่งกำลังกินข้าวอย่างช้า ๆ อยู่ข้าง ๆ นางอย่างจนปัญญา
หลังจากได้ยินถ้อยคำของหลี่เยว่หาน มู่ชวนก็เงยหน้าขึ้นมองต้าไป๋ก่อนจะพยักหน้าแล้วพูดว่า “อยากกินก็ได้ แต่ต้องกินช้า ๆ ถ้าเจ