้ากินกระดูกหมดก่อนที่ข้าจะกินข้าวเสร็จ พรุ่งนี้เจ้าจะไม่ได้รับอนุญาตให้กินอีก”
หลี่เยว่หานอดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมา เด็กคนนี้ฝึกต้าไป๋ด้วยวิธีการเดียวกันกับการฝึกสุนัขเชียว
สายลมฤดูร้อนพัดผ่านมา กลิ่นของหญ้าที่ถูกแสงแดดสาดส่องจึงฟุ้งกระจาย หลี่เยว่หานมองไปมู่ชวนซึ่งกำลังรับประทานอาหารอย่างสุภาพเรียบร้อย จากนั้นมองไปยังต้าไป๋ซึ่งพยายามควบคุมตัวเองอย่างดีที่สุดในการค่อย ๆ กินกระดูกอย่างช้า ๆ ก่อนที่หญิงสาวจะเอ่ยขึ้น “มู่ชวน อยากไปร่ำเรียนที่สำนักศึกษาของอำเภอไหม?”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ มู่ชวนก็เงยหน้าขึ้นมองหลี่เยว่หาน เมื่อกลืนข้าวลงคอแล้วก็กล่าวว่า “คราวก่อนที่ข้าไปในอำเภอกับท่านแม่ ข้าแอบไปที่สำนักศึกษาและฟังสิ่งที่พวกเขาสอนอยู่สักพัก ข้ารู้สึกว่าสิ่งที่พวกเขาสอนไม่ดีเท่าที่อาจารย์หลี่สอนจึงไม่อยากไปขอรับ”
“แล้วเจ้าวางแผนไว้อย่างไรบ้าง?” แม้ว่าเมิ่งฉีฮ่วนบอกว่าจะมารับพวกนางไปยังเมืองหลวงหลังฤดูร้อนผ่านพ้นไป ทว่าตามสัญชาตญาณของหลี่เยว่หานแล้ว นางยังไม่อยากให้มู่ชวนและหลิงซีเปิดเผยตัวตนต่อหน้าผู้คนเร็วเช่นนี้ ด้วยเหตุนี้นางจึงวางแผนจะอยู่ที่หมู่บ้านเจียงหนิงไปอีกสองปี
“ข้าสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง” มู่ชวนกล่าวพลางมองไปยังต้าไป๋ เมื่อเห็นว่ามู่ชวนวางตะเกียบลงแล้ว ต้าไป๋ก็หยุดตัวเองเช่นกัน มีเพียงปากที่ยังคงงับกระดูกอยู่พร้อมกับน้ำลายที่หยดติ๋ง ๆ “พี่ตวนอู่และพี่จงชิวจะนำตำรามาให