อย่างละคน ส่วนน้องสาวเป็นคนสุดท้อง นางชื่นชอบงานเย็บปักถักร้อยมาตั้งแต่เด็ก ๆ แม่ข้าไม่ได้เป็นคนสอนนางหรอกและข้าเป็นคนค้นพบงานปักของนางด้วยตนเอง ข้าทนไม่ไหวที่พรสวรรค์ของนางจะถูกกลบเอาไว้แบบนี้ ดังนั้นข้าจึงคิดขอความช่วยเหลือจากเจ้าว่าพอจะส่งซิ่วฟางไปเรียนรู้งานฝีมือได้หรือไม่”
“เรื่องนั้นคงไม่น่ายาก” หลี่เยว่หานยิ้ม “ถึงแม้ว่าข้าจะไม่กล้ารับร้อง แต่น้องสาวของพี่สะใภ้อวี๋ก็เหมือนน้องสาวข้า ครั้งหน้าหากได้มาตลาดอีก ได้โปรดท่านพาน้องสาวและนำงานปักของนางมาด้วย แล้วเราจะไปเสี่ยงโชคกัน!”
“ดีมากจริง ๆ!” พี่สะใภ้อวี๋น้ำตาคลอเบ้า
“ไอหยามันเป็นเรื่องดี เหตุใดท่านจึงร้องไห้ น้ำตาของท่านกำลังทำให้ข้าตกใจแล้ว” หลี่เยว่หานตบหลังมือพี่สะใภ้อวี๋เบา ๆ
“ข้ามีความสุข มีความสุขมาก!” พี่สะใภ้อวี๋กล่าวและถอนหายใจ “เจ้าเพิ่งมาที่นี่คงไม่รู้เรื่องอันใด ข้าพยายามหาอาจารย์มาสอนวิชาปักผ้าให้น้องสาวจึงเดินทางเข้าไปหาวังหลาน นางตอบตกลงแล้วด้วย แต่จากนั้นบรรดาสะใภ้ในหมู่บ้านก็ตามมาด่าทอข้าถึงหน้าบ้าน กล่าวว่าข้าเป็นผู้นำแต่กลับไปตีสนิทหญิงม่ายที่ประพฤติตนไม่เหมาะสม ทำลายประเพณีของชายหญิงในหมู่บ้าน จนต้องล้มเลิกเรื่องนี้และเก็บมันไว้เป็นตัวเลือกสุดท้าย”
“อันที่จริงวังหลานอายุน้อยกว่าข้าถึงสองปี ข้ารู้นิสัยใจคอของนางดี ไม่เคยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องของนางเลย แต่… แต่คนคนเดียวไม่สามารถต้านทานคำคัดค้านจากหลา