ย ๆ คนได้หรอก”
พี่สะใภ้อวี๋ถอนหายใจอีกครั้ง “โชคดีที่สวรรค์มีตาประทานคนอย่างเจ้าให้มาอยู่ในหมู่บ้านจางหนิงของเรา ไม่เพียงแต่จะช่วยเหลือคนที่ถูกตัดสินให้ถูกลงโทษ แต่ยังเสาะหาวิชาชีพดี ๆ ให้วังหลาน ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าไม่ใช่คนเลวทราม บรรดาสะใภ้ทั้งหลายในหมู่บ้านไม่เก่งเรื่องงานฝีมือแถมยังเถียงสู้เจ้าไม่ได้ บางคนจึงเข้ามาหาเจ้า ส่วนบางคนก็มาขับไล่เจ้าไป ตอนแรกข้าเป็นห่วงเจ้าจึงให้เหล่าอวี๋ออกมาปราบปรามความชั่วร้ายในหมู่บ้าน แต่พอตอนนี้เห็นเจ้าไม่สุภาพกับพวกเขาแล้วก็พลอยโล่งใจ เพียงแต่ว่า… ชื่อเสียงของเจ้าคงไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่…”
หลังจากได้ยินเช่นนั้น หลี่เว่หานก็หัวเราะด้วยความจริงใจ “ข้ารู้ว่าผู้คนในหมู่บ้านของเราเรียกข้าลับหลังว่าหญิงพาลประจำหมู่บ้าน แต่แล้วอย่างไรเล่า ข้าเป็นหญิงม่ายมีลูกติดสองคน หากข้าไม่ทำตัวโหดร้ายแล้วหมาแมวที่ไหนมากลั้นแกล้งข้าจะทำอย่างไร”
เมื่อกล่าวเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็เขยิบเข้ามาหาพี่สะใภ้อวี๋ “ว่ากันตามตรงนะพี่สะใภ้ ข้าคิดดูแล้วหากพวกเขากล้าเข้ามาอีก คราวนี้ข้าจะทุบตีพวกเขา”
“อุ๊ย อย่างนั้นไม่ได้ หากเจ้าทุบตีใครเข้าเจ้าจะถูกดำเนินคดีเอา เจ้ายิ่งเป็นหญิงม่ายตัวคนเดียวไม่มีใครให้พึ่งพา หากเจ้าเข้าไปพัวพันกับคดีความจะไม่มีใครสามารถช่วยเจ้าจัดการได้ ไม่ได้ ๆ อย่าหุนหันพลันแล่นนัก” พี่สะใภ้อวี๋รีบปิดปากหลี่เยว่หานด้วยสีหน้ากังวล
“ไม่ต้องห่วง ข้าจะลงมือทำเบา ๆ” หลี