าเพิ่มขึ้น จะให้จินเสวี่ยเอ๋อร์จะรู้เรื่องนี้ไม่ได้ เจ้าต้องจำเอาไว้”
เมื่อเห็นว่าท่านปู่ซุนยอมในที่สุด หลี่เยว่หานจึงคุกเข่าแล้วก้มหัวคำนับด้วยความซาบซึ้ง “ขอบพระคุณท่านปู่ซุนเจ้าค่ะ!”
หลิงซีเองก็คุกเข่าลงด้านข้างหลี่เยว่หานอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้มคำนับซุนไท่กงด้วยท่าทางนอบน้อม
“แต่ว่าข้าพามู่ชวนออกไปด้วยไม่ได้ ข้าจึงต้องขอฝากฝังให้ท่านช่วยดูแลเขาด้วยนะเจ้าคะ” หลี่เยว่หานลุกขึ้นยืน ดวงตารู้สึกเจ็บแสบ เมื่อเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ หลี่เยว่หานอยากพามู่ชวนไปด้วยจริง ๆ แต่ทำเช่นนั้นมิได้
ถึงแม้ว่าจะอาศัยสถานการณ์ของวันนี้ได้ แต่ทุกคนต่างทราบดีว่ามู่ชวนไม่ได้โดนวางยาพิษด้วย เขาจึงออกไปด้วยกันไม่ได้
“เจ้าวางใจเถิด หากศิษย์เมิ่งกลับมาแล้ว ข้าจะให้เขาพามู่ชวนไปพบเจ้า” ซุนไท่กงเอ่ยกล่าว พลางถอนหายใจและส่ายศีรษะไปมา ชีวิตที่พลิกผันโดนเปิดเผยเข้าเสียแล้ว
ท้องฟ้ามืดแล้ว หลี่เยว่หานและหลิงซีเองก็ปลอมตัวเสร็จเรียบร้อยเช่นกัน
ยิ่งผู้คนรู้เกี่ยวกับเรื่องที่นางพาหลิงซีออกไปน้อยเท่าไหร่ยิ่งเป็นผลดีเท่านั้น ดังนั้น แม้แต่หลิวโหย่วฉายและฮูหยินของเขาก็พร้อมที่จะเก็บความลับให้เช่นกัน
ชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านไป๋อวิ๋นเห็นเพียงแค่ท่านหมอเฉินที่เข้า ๆ ออก ๆ เท่านั้น ด้วยสีหน้าดูเป็นกังวล ไม่แม้แต่จะมีเวลาเช็ดเหงื่อให้ตัวเอง ส่วนมู่ชวนก็ยืนตัดฟืนอยู่ในลานข้างในตัวบ้าน ทุกคนจึงเริ่มคาดเดาได้ว่าหลี่เยว่หานและหล