พวกเจ้า นางเองก็รู้ดีว่าในหม้อนั้นมียาพิษ เช่นนั้นแล้วจะโดนพิษได้อย่างไร!”
“พี่กำลังจะบอกว่าท่านอาหญิงของข้ายังมีชีวิตอยู่หรือ?” มู่ชวนแค่นหัวเราะ “ใครจะไปรู้ว่าผู้หญิงคนนี้วางยาเอาไว้ที่ใดบ้าง! ข้าเองก็หวังอยากให้ท่านอาหญิงและน้องสาวของข้าไม่สิ้นใจเช่นกัน!” หลังจากเอ่ยจบ มู่ชวนก็ทำท่ายกขวานขึ้นประหนึ่งจะฟันเข้าที่จินเสวี่ยเอ๋อร์
หลิวโหย่วฉายเป็นผู้ที่มีสายตาและมือว่องไวรีบก้าวเดินไปข้างหน้าพลางคว้าตัวมู่ชวนที่ดวงตากำลังแดงก่ำ “เจ้าหนู! อย่าทำอะไรโง่ ๆ ไปหน่อยเลย! หากฆ่าผู้หญิงคนนี้ ชีวิตเจ้าจะพลอยพังไปด้วย!”
“ท่านอาหลิว!” มู่ชวนตะโกนกรีดร้องออกมาด้วยแววตาแดงก่ำ “เจ้าฆ่าอาหญิงกับน้องสาวของข้า! นั่นอาหญิงกับน้องสาวของข้าเลยนะ!”
ทุกคนเห็นท่าทางของมู่ชวนเช่นนั้น ต่างพากันรู้สึกลำบากใจ พวกลูกสะใภ้และบรรดาน้องสาวฝ่ายสามีที่อารมณ์อ่อนไหวง่ายต่างพากันหันหลังแล้วเช็ดน้ำตา
“สำหรับเรื่องนี้ ทุกคนฟังข้ากันเสียหน่อยเถิด” ซุนไท่กงเดินออกมาจากลานด้านในตัวบ้านพร้อมกับไม้เท้าค้ำยันคู่กาย สีหน้าของเขายังเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเช่นกัน “วันรุ่งขึ้น ข้าจะส่งแม่นางผู้นี้ไปให้เจ้าหน้าที่ นำตัวนางผู้นี้ส่งให้ทางการเสีย!”
“ต้องแจ้งไปยังสกุลหลิ่วด้วย” ฮูหยินหลิวเอ่ยเพิ่มเติมพร้อมทั้งดวงตาที่แดงก่ำ “เยว่หานเป็นบุตรสาวบุญธรรมของสกุลหลิ่ว!”
เมื่อทุกคนได้ฟังเหตุผล ก็ต่างพยักหน้าพากันเห็นพ้องต้องกัน
เมื่อหวังเหอ