ยหลิงซีจุดไฟ! ไม่อย่างนั้นพวกเจ้าทั้งคู่จะไม่ได้ทานข้าวเช้ากัน!”
เมื่อเห็นว่าหลี่เยว่หานกำลังนำเรื่องอาหารมาขู่ เด็กทั้งสองที่แต่เดิมกระตือรือร้นจะสอนวิธีมัดใจเมิ่งฉีฮ่วนให้ต่างหยุดชะงักลงในทันที ก่อนจะเริ่มแสดงท่าทีเป็นเด็กดีแสนเชื่อฟัง
“แต่อาหญิงไม่ต้องกังวลไปเจ้าคะ!” อยู่ ๆ หลิงซีก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง “อาหญิงจับท้องของท่านอาได้อยู่หมัดแล้ว ท่านอาคงไม่ได้ทานอาหารอร่อย ๆ เช่นนี้ตอนออกไปนอกบ้านแน่ ท่านอาขาดอาหญิงไม่ได้แน่นอนเจ้าค่ะ!”
หลี่เยว่หานถึงกับยกมือกุมหน้าผาก…
หลังทานข้าวเช้าเสร็จ มู่ชวนก็ถึงเวลาไปเรียน ส่วนเมิ่งฉีฮ่วนขึ้นไปบนภูเขา ในขณะที่หลี่เยว่หานพาหลิงซีมาที่ไร่ หน้าดินที่ได้รับการไถใหม่เหมาะกับการเพาะปลูกเป็นอย่างมาก เมื่อหญิงสาวเห็นสภาพหน้าดินแล้ว จึงคิดว่าการลงมือปลูกต้นกล้าองุ่นทั้งหมดที่นี่เป็นความคิดที่ถูกต้องแล้ว
องุ่นสามารถทนความหนาวเย็นได้ รวมกับดินที่อุดมสมบูรณ์ในช่วงนี้ ตอนนี้ลำต้นของมันเริ่มแข็งแรงแล้ว
เพราะเมิ่งฉีฮ่วนไม่อยู่บ้าน หลี่เยว่หานจึงต้องจ่ายเงินจ้างคนในหมู่บ้านหลายคนให้ช่วยขุดหลุมเพื่อปลูกต้นกล้าองุ่น เมื่อนำมาวางลงบนพื้น ก็ต้องระวังต้นกล้าองุ่นเป็นพิเศษ ก่อนที่จะย้ายพวกมันลงดิน
ถึงแม้วิธีการจะเรียบง่าย แต่กลับต้องใช้เวลานาน หลี่เยว่หานกำลังยุ่งวุ่นวายอยู่กับการนำต้นกล้าองุ่นลงไปปลูก ดังนั้นจึงทานอาหารกลางวันเพียงไม่กี่คำเท่านั้น เมื่องานทุกอย่างเสร็