ามรู้สึกของหลี่เยว่หาน แต่เขาไม่รู้ว่าจะต้องจัดการกับจินเสวี่ยเอ๋อร์อย่างไรจึงจะเหมาะสม อย่างไรนางก็เป็นอนุข้างห้องของจงเจิ้งเสียน ถือได้ว่าเป็นพี่สะใภ้ของเขา ดังนั้นเขาถึงไม่สามารถขับไล่คนออกไปได้
ยิ่งไปกว่านั้นจินเสวี่ยเอ๋อร์ก็มาที่นี่โดยอ้างว่าต้องการดูแลเด็กทั้งสอง มู่ชวนกับหลิงซีเป็นลูกของจงเจิ้งเสียน และจินเสวี่ยเอ๋อร์เองก็เป็นแม่เล็กของพวกเขา ถ้าไล่คนไป คนภายนอกจะตำหนิหลี่เยว่หานได้
แค่คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมิ่งฉีฮ่วนก็หัวโตเป็นสองเท่า
หากรู้ว่าจินเสวี่ยเอ๋อร์จะมาหา เขาคงจะส่งคนไปหยุดไม่ให้จินเสวี่ยเอ๋อร์มาปรากฏตัวต่อหน้าหลี่เยว่หานล่วงหน้า
แต่จินเสวี่ยเอ๋อร์ผู้นี้มาที่หมู่บ้านไป๋อวิ๋นเงียบ ๆ ทำให้เขาไม่ทันระวัง จนต้องตื่นตระหนกอยู่พักหนึ่ง
หลังจากเข้าไปในลานด้านใน เมิ่งฉีฮ่วนก็เห็นว่าไฟในห้องหลี่เยว่หานกับเด็กทั้งสองปิดไปแล้ว ชายหนุ่มจึงหันกลับไปที่ลานบ้าน ส่งสัญญาณ และไปรออยู่ในห้องลับของห้องเก็บผัก
ไม่นานหลังจากนั้น กัวอี้ก็ปีนข้ามกำแพงมาเงียบ ๆ โดยเข้าไปในลานบ้านเมิ่ง เขามองไปรอบ ๆ แต่ไม่เห็นใครเลย เห็นเพียงกุญแจขนาดเท่ากำปั้นแขวนอยู่ตรงห้องครัว ซึ่งในวันธรรมดามักซ่อนไว้เท่านั้น
แต่กัวอี้ก็ไม่ได้อยู่ที่สนามหญ้าต่อ เขารีบเข้าไปในห้องเก็บผัก สัมผัสกลไกอย่างชำนาญ แล้วเข้าไปในห้องลับ
“คารวะคุณชาย” ทันทีที่ประตูห้องลับปิดลง กัวอี้ก็คุกเข่าลงทันที
เมิ่งฉีฮ่วนหันกลับมาส่งสัญญา