จะมาอยู่บนภูเขา!” ชายที่เป็นหัวหน้ามีสีหน้าบูดบึ้ง ทั้งคาบเศษหญ้าไว้ในปาก “วันนี้พวกเราพี่น้องมาที่นี่เพื่อสะสางบัญชีกับเจ้า!”
“เจ้าเป็นใคร!” หลี่เยว่หานกอดหลิงซีไว้อย่างประหม่า ก่อนจะกดใบหน้าเล็ก ๆ ของเด็กหญิงไว้ในอ้อมแขนด้วยกลัวว่านางจะกลัว
“พวกเราคือใครรึ?” พวกผู้ชายยิ้ม “พวกเราเป็นปู่ของเจ้า!”
หลังจากพูดจบ ชายที่เป็นผู้นำก็ตบหลี่เยว่หานทันที “นังสารเลว! เจ้ากล้าที่จะเกลี้ยกล่อมให้ตระกูลหลิ่วรับน้องสาวของข้าไปเป็นอนุ หากเจ้ากระตือรือร้นที่จะเป็นอนุนัก ทำไมเจ้าไม่ไปเป็นอนุของตระกูลหลิ่วด้วยตัวเองเสียเล่า!”
“เจ้าเป็นพี่ชายของหวังเหอฮวงั้นหรือ?” หลี่เยว่หานรู้สึกหูอื้อหลังจากถูกตบ แต่มันก็ทำให้เธอตระหนักถึงตัวตนของอีกฝ่ายได้ในทันใด “เรื่องที่แม่นางเหอฮวาไปเป็นอนุ ไม่ใช่เรื่องที่ครอบครัวหวังของเจ้าตกลงเองรึ? หากครอบครัวเจ้าไม่ตกลง ตระกูลหลิ่วก็ไม่ปล้นชิงคน!”
“นังบ้า!” ชายคนนั้นถ่มน้ำลาย “เจ้าคิดว่าตระกูลหลิ่วคือใคร? นั่นเป็นตระกูลใหญ่ในอำเภอหย่งหนิง! หากพวกเขาต้องการใครซักคน เราจะกล้าดีไม่ให้ได้อย่างไร! ข้าบอกเจ้าไว้เลยหลี่เยว่หาน! แม้วันนี้ราชาแห่งสวรรค์จะลงมาเอง ข้าก็จะฆ่าเจ้า!”
หลังจากได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็รู้ว่าพวกเขาจะไม่ฟังไม่ว่าตนจะพูดอะไร ดังนั้นหญิงสาวจึงได้แต่ก้าวถอยหลังอย่างระมัดระวัง
น่าเสียดายที่ทางหนีถูกชายอีกคนหนึ่งขวางไว้เช่นกัน ชายทั้งสามล้อมหลี่เยว่หานไว้กลางถ