อนตั้งแต่แรก ทำให้ฝ่ามือที่หลี่ต้าเฉิงวาดออกไปนั้นตบได้เพียงอากาศ
“ใช่ แม่เลี้ยงท่านวางใจเถิด อย่างไรเสียหรงหรงก็ต้องได้เข้าไปอยู่ในตระกูลหลิ่ว” หลี่เยว่หานที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักพูดขึ้น “ยังดีที่ข้าเป็นคนตระกูลหลิ่วแล้วครึ่งหนึ่ง เรื่องนี้ข้ายังสามารถช่วยปูทางให้หรงหรงได้”
“เจ้า! เจ้า!…” หวังเฟิ่งคิดไม่ถึงว่าหลี่เยว่หานจะพูดเช่นนี้ จึงรู้สึกโกรธจนพูดไม่ออกอยู่ขณะหนึ่ง
หลี่หรงหรงยืนอยู่ด้านหลังหวังเฟิ่งและหลี่ต้าเฉิงด้วยท่าทางสำนึกผิด ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้น เห็นแล้วดูน่าสงสารยิ่งนัก
ไม่นานนักครอบครัวของหวังเหอฮวาก็มาถึง
แม้จะไม่รู้ว่าโจวต้าเป่าใช้วิธีใดจึงเรียกพวกเขามาได้ ทว่าครอบครัวของหวังเหอฮวานั้นมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก โดยเฉพาะหวังฉิน
ผู้คนในลานบ้านตระกูลเมิ่งต่างก็รอพวกเขาอยู่ ดังนั้นทันทีที่สายตามองไปเห็นครอบครัวหวังที่พึ่งเดินเข้ามา จึงอดรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้
“แม่นางเหอฮวา” หลี่เยว่หานเอ่ยถามอย่างสุภาพ “เรื่องเมื่อวานนี้ เจ้าช่วยอธิบายออกมาอีกครั้งได้หรือไม่?”
“…” หวังเหอฮวาจ้องมองหลี่เยว่หานโดยไม่พูดใด ๆ
การเจอเรื่องเช่นนั้นก็นับเป็นความอัปยศมากพอแล้ว ยังจะให้นางพูดต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้อีกได้อย่างไรกัน!
“เจ้าไม่พูด เช่นนั้นข้าพูดเอง” หลี่เยว่หานฉีกยิ้ม ก่อนจะพยักหน้า “เพื่อนบ้านทุกท่าน เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานเป็นเช่นนี้ แม่นางเหอฮวาไม่อยากเป็นอนุ จึงไปหาอู๋จ้วงจ้วงและอ