หลายคนกระโดดพรวดขึ้นมาราวกับถูกสายฟ้าฟาด พลิกตัวลงจากเรือหลบหนีไปอย ย่างรวดเร็ว ความเคลื่อนไหวทั้งรวดเร็วทั้งปราดเปรียว ไม่มีความรู้สึกอ่อนแอที่หวาดกลัวจนสลบไปเลยสักนิด
จินเฟยเหยาไม่รีบร้อนหลบหนี เห็นพวกนางวิ่งหนีเข้าไปในกิ่งไม้ก็คิดจะลงจากเรือ ร่างเพิ่งขยับก็ได้ยินเสียงจูเชวี่ยถ่มชิ้นเนื้อออกมาและเอ่ยอย่างไม่พอใจ “อาหารร้อนๆ ดีกว่า าจริงๆ เลือดเย็นหมดแล้ว อาหารเย็นแล้วไม่อร่อยเลย”
จากนั้นเขายืนขึ้นเดินมาถึงเบื้องหน้าสตรีสองสามร้อยคนที่สลบอยู่แล้วเตะคนละที ทำให้สตรีที่หมดสติเหล่านั้นฟื้นขึ้นมา จากนั้นด่าทออย่างมีโทสะ “ไสหัวไป ข้าปล่อยพวกเจ้าไป หนี เอาเองนะ”
ถ้ามีคนไม่ได้สติหรือขาอ่อนเดินไม่ไหว เขาก็จะเตะต่อไปจนกระทั่งทุกคนฟื้นหมด เห็นยังมีคนอีกเกือบครึ่งหนึ่งที่ขยับไม่ไหว จูเชวี่ยก็ยื่นมือไปดึงศีรษะคนหนึ่งที่อยู่ใกล้เขา ที่สุดลงมา
ครั้งนี้ไม่ต้องให้เขาเตะอีก คนที่เหลือหนีลงจากเรือราวกับผึ้งแตกรัง ครู่หนึ่งก็ไม่เห็นเงา
จินเฟยเหยาปะปนอยู่ในกลุ่มคนลงจากเรือ แอบคลำทางมาจนถึงด้านหลังไข่จูเชวี่ย อดพึมพำในใจไม่ได้ จูเชวี่ยตัวนี้น่าชังจริงๆ เป็นสัตว์เทพ ไปหลอกคนอื่นเถอะ คิดไม่ถึงว่ายังร รังเกียจที