ไท่จื่อโซ่ว เจ้าดูตลอดร่างของมันงดงามประดุจหยก บนร่างมีลวดลายเมฆ มีเรี่ยวแรงมหาศาลและหน้าตางดงาม ทั้งยังกินได้ทุกอย่าง ครั้งที่แล้วกลืนของวิเศษของผู้อื่นหมด ต่อไปถ้าเก็บอะไรแล้วจะโยนทิ้งก็เสียดาย จะวางไว้ก็เป็นขยะกินพื้นที่ สามารถโยนให้มันกินโดยตรงได้”
สิ้นเสียง ดวงตาทึ่มทื่อของพั่งจื่อพลันเปลี่ยนเป็นคมกริบ กระดูกแพะชิ้นหนึ่งลอยมากระแทกใส่ศีรษะจินเฟยเหยาทันที
“ฮ่าๆๆ…เจ้าทำให้ข้าขำแทบตาย เจ้าถึงกับหลบการโจมตีจากสัตว์ภูติของตนเองไม่พ้น เจ้าคนไร้หัวคิด สัตว์ภูติของเจ้าก็กล้าต่อต้านเจ้า เป็นเรื่องแปลกประหลาดที่สุดในโลก” ปู้จื้อโหยวพ่นสุราออกมา แล้วกุมท้องหัวเราะ
“ขำอะไร!” จินเฟยเหยาด่าอย่างอารมณ์ไม่ดี
จินเฟยเหยายิ่งด่าทอเขา เขายิ่งหัวเราะอย่างเบิกบาน ในหุบเขามีสุราเลิศรส เนื้อย่างหอมหวน เสียงพูดคุย และเสียงหัวเราะ ครึกครื้นเป็นอย่างยิ่ง
“ปู้จื้อโหยว ที่นี่ครึกครื้นยิ่งนัก ไม่รอให้ข้ามาก็เริ่มกินแล้ว” ในยามนี้เอง มีคนเดินออกมาจากพุ่มไม้ที่ห่างไกล สูดจมูกดมกลิ่นขึ้น
จินเฟยเหยาเงยหน้าขึ้นมองผู้มา ก็นิ่งอึ้งไป คนผู้นี้บนศีรษะมีเขาแหลมงอกออกมาสองข้าง เส้นผมสีแดงเพลิง เสื้อผ้าให้อารมณ์ชนต่างเผ่า นี่เป็นลักษณะพิเศษของคนเผ่ามาร นางอดถามไม่ได้ “ปู้จื้อโหยว สหายที่เจ้าบอกว่าต้องรอคือคนเผ่ามาร”
“ไม่ใช่ คนเผ่ามารจะปรากฏตัวขึ้นที่นี่ได้อย่างไร เขาคือคนสีเทาที่ข้าเอ่ยถึง อีกสักครู่จะพาพวกเราเข้าโลกเ