ย่างดีอกดีใจ ส่วนภูเขาหลิงชางที่อยู่ห่างออกไปหมื่นหลี่ ภายในตำหนักเซียนหลิน หินผลึกสีดำขนาดไม่เล็กชิ้นหนึ่งพลันปริแตกเป็นเสี่ยงๆ
“แย่แล้ว ผลึกกักมารแตก”
“ผู้อาวุโส รีบไปดูเร็ว ผลึกกักมารแตกเป็นเสี่ยงๆ”
“ทำอย่างไรดี!”
การปริแตกของหินผลึกสีดำ สะท้านสะเทือนผู้บำเพ็ญเซียนในตำหนักเซียนหลิน
ชายชราร่างผอมบางหนวดเคราขาวผู้หนึ่งกุมไม้เท้า ยืนอยู่เบื้องหน้าเศษหินผลึกกักมารโดยไร้เสียง เขายืนอยู่นาน ด้านหลังล้วนเป็นผู้บำเพ็ญเซียนที่เอะอะ
“เงียบ!” เสียงอันทรงพลังของชายชราพลันดังขึ้นภายในตำหนักเซียนหลิน ทุกคนค่อยๆ หยุดวิพากษ์วิจารณ์ และมองไปทางชายชรา
“หลงหนีไปแล้ว” ชายชราถอนใจยาว เอ่ยอย่างจนใจ
“ซือจุน[1] ด้วยกำลังของเขาเพียงคนเดียวเป็นไปไม่ได้ที่จะหลบหนีออกจากผลึกกักมารเองได้ ต้องมีเผ่ามารปะปนเข้าไปในโลกวิญญาณเป่ยเฉินช่วยให้เขาหนีออกมาแน่นอน” มีตาเฒ่าคนหนึ่งดูแล้วอายุมากกว่าชายชราหลายส่วนเดินออกมาเอ่ยวาจา
“ซือจุน ข้ารู้สึกว่าไม่ใช่การกระทำของเผ่ามาร” มีหญิงชราคนหนึ่งเดินออกมาอีก เสนอความคิดเห็นที่แตกต่าง “ทางเข้าของโลกเผ่ามารที่เชื่อมมาสู่โลกวิญญาณเป่ยเฉินถูกผนึกไว้หมดแต่แรก ขอเพียงมีกลิ่นอายของคนเผ่ามารผ่านชายแดนก็จะถูกตรวจสอบได้ เป็นไปไม่ได้ที่จะปรากฏตัวขึ้นในน่านน้ำซึ่งมารเฒ่าหลงถูกกักขังอยู่อย่างเปิดเผยแบบนี้ ข้ากลับรู้สึกว่าเรื่องนี้พวกเศษเดนที่ฝึกเคล็ดวิชาชั่วร้ายซึ่งมีความเกี่ยวพันกับเผ่า