้เท่านั้น”
ดาบโค้งวงเดือนเล่มนั้นไม่ถือว่าดีนัก มีราคาแค่สองร้อยกว่าศิลาวิญญาณ เจ้าของร้านครุ่นคิด พยักหน้าอนุญาต บวกกับดาบเล่มนี้คำนวณดูแล้วก็ยังไม่ถือว่าขาดทุน ผู้ใดให้คุณภาพของกระบี่สีขาวเล่มนั้นไม่ธรรมดาเล่า
เห็นเจ้าของร้านอนุญาต จินเฟยเหยาจึงวางดาบโค้งวงเดือนลงในกระเป๋าเก็บของ แล้วหยิบกำไลมังกรทองสมปรารถนาอันน่าขำมาสวมบนมือ จากนั้นจึงได้หยิบมีดสั้นเล่มหนึ่งในหมู่ของกำนัลขึ้น แล้วยิ้มให้เจ้าของร้าน “ เจ้าของร้าน ท่านดีต่อคนอื่นมาก ข้าตัดสินใจแล้วว่าต่อไปจะเอาวัตถุดิบที่ล่ามาได้ขายให้ท่าน มีดสั้นเล่มนี้เอาไว้ให้ข้าหั่นวัตถุดิบเถอะ ดาบโค้งวงเดือนเล่มนั้นใช้ไม่สะดวก ถ้าตัดหนังขาดก็ใช้ไม่ได้”
ไม่รอให้เจ้าของร้านพยักหน้า นางก็เก็บมีดสั้นอย่างว่องไว จากนั้นดวงตาก็จับจ้องอีกสองชิ้นที่เหลือ
“พอแล้ว ให้เจ้าอีกไม่ได้แล้ว ถ้าเจ้าหยิบอีก ข้าจะไม่แลกด้วย” เจ้าของร้านร้อนใจ รีบห้ามปรามจินเฟยเหยาที่จับจ้องมองอาวุธเวทด้วยสายตาดุร้ายกระหาย
จินเฟยเหยาทำปากยื่นเอ่ยอย่างไม่พอใจ “เจ้าของร้าน ท่านตื่นตระหนกเกินไปแล้ว ข้าจะเป็นคนหลอกลวงเช่นนั้นได้อย่างไร ข้าแค่คิดจะถามท่านหน่อย เมื่อครู่ท่านบอกว่าจะเพิ่มยันต์อัคคีให้ข้า ยังเชื่อถือได้หรือไม่”
ไม่รอให้เจ้าของร้านเอ่ยปาก นางก็พูดกับตนเองว่า “ข้านี่จริงๆ เลย ถามเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร เจ้าของร้านเป็นผู้อาวุโสขั้นสร้างฐาน จะพูดจาเชื่อถือไม่ได้และบิดพลิ้วย