ัตถุดิบของเจ้าสิ่งนี้ราคาแพงยิ่ง ครั้งนี้ท่าทางจะสิ้นเปลืองไปเปล่าๆ แล้ว เห็นท่าทางของนางไม่มีเงินจะจ่ายสักเหวิน
พอในใจคิดเช่นนี้ ก็ลงมือหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว หากมิใช่มีจรรยาบรรณแพทย์คอยค้ำจุนอยู่ คงเตะจินเฟยเหยาออกไปนานแล้ว
พอมือจินเฟยเหยาเจ็บ นางก็รีบเอ่ยว่า “ท่านหมอ เบาหน่อย ข้าไม่ติดค้างค่ายาหรอก” พอคำพูดนี้ออกมา ใบหน้าของท่านหมอชราก็ไม่น่าดู ไม่ใส่ยาอย่างระมัดระวังอีก ถูทาอย่างฉับไว นำผ้าขาวออกมาพันให้จินเฟยเหยา จากนั้นก็ยื่นส่งยาขี้ผึ้งที่เหลือให้นาง แล้วล้างมือนั่งรอให้นางจ่ายเงินอยู่ด้านข้าง
“ทำความสะอาดบาดแผล พันแผล ยังมียาขี้ผึ้งอีกครึ่งกล่อง ทั้งหมดสองตำลึง[2]ห้าเฉียน”[3] ลูกจ้างในร้านที่ยืนขมวดคิ้วอยู่ด้านข้างมาตลอดตั้งแต่จินเฟยเหยาเข้าประตูมาก็แจ้งราคา นางไม่มีศิลาวิญญาณ ทว่าเงินกลับมีอยู่หลายตำลึง จินเฟยเหยาล้วงในอก หยิบถุงปักเล็กๆ ที่ฝีมือการปักย่ำแย่สุดๆ ออกมา เทเศษเงินหลายก้อนออกมาจากด้านใน คุ้ยเงินสองตำลึงห้าเฉียนให้ลูกจ้างในร้าน แล้วนางก็ยกห่อผ้าขาดๆ เดินออกจากร้านยา
สัมภาระสกปรกนิดหน่อย ทว่ายังไม่ถึงเมืองลั่วเซียน ถ้าโยนทิ้งคงไม่มีสิ่งห่มกาย
จินเฟยเหยาตัดสินใจหาสถานที่พักใกล้ๆ ทะเลสาบหมิง รอจนเข้าสู่ขั้นฝึกปราณ หหลอมกลั่นไฟนรกได้แล้วค่อยไปเมืองลั่วเซียน ไม่เช่นนั้นด้วยพลังการบำเพ็ญเพียรในตอนนี้ จะสามารถอยู่รอดจนถึงเมืองลั่วเซียนได้หรือไม่ยังเป็นปัญหา ใช้เงินไปยี่