ื่อฉัน ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสคือศิษย์พี่ใหญ่ของท่านเต๋าปู้อวี่ใช่หรือไม่?”“ถูกแล้ว ศิษย์น้องซื่อฉันมีธุระอะไร?”“จริงอยู่ ข้าน้อยได้ยินมาว่าผู้อาวุโสอวี้จือมีวิทยายุทธ์เหนือกว่าไร้คู่แข่งในระดับเดียวกัน ไม่ทราบว่าจะกรุณาลดพลังลงมาที่ขั้นแก่นทองคำตอนปลาย ประลองกับข้าน้อยได้ไหม?”“ได้”
“ข้าต้องขอบอกตามตรง ตั้งแต่ลงเขามา ข้าน้อยยังไม่เคยพ่ายแพ้ มีความมั่นใจในวิทยายุทธ์ของตนอย่างมาก ผู้อาวุโสอวี้จืออาจโจมตีได้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลว่าข้าน้อยจะรับไม่ไหว”ไม่นาน พระซื่อฉันก็เดินโขยกเขยกลงจากยอดเขาเทียน ตัวบวมซ ้าหมองคล ้า“ดูเหมือนว่าอาจารย์พูดถูก ไม่ควรยุ่งกับผู้อาวุโสอวี้จือจริงๆ”พระซื่อฉันเดินต่อมาที่ถนนร้านค้า เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าถนนร้านค้าตั้งแต่เจ้าของร้านจนถึงลูกจ้าง ล้วนซ่อนพลังที่ไม่ธรรมดา“เมื่อมองดูแล้ว ถนนร้านค้ามีผู้เชี่ยวชาญมากกว่าหนึ่งในสามเชียวนะ”จริงๆ แล้วคนบนถนนร้านค้าทั้งหมดเป็นผู้เชี่ยวชาญ เพียงแต่อีกสองในสามนั้นกลับคืนสู่ความเรียบง่าย เขาจึงมองไม่เห็นทันใดนั้นฝีเท้าของเขาก็หยุดชะงัก แสดงสีหน้าระแวดระวังข้างหน้าเขามีผู้บำเพ็ญคนหนึ่ง มีกลิ่นอายสังหารชัดเจน ไม่รู้ว่ามีเลือดกี่ชีวิตติดมือแล้ว!ลัทธิมาร?!ตามไปดูซะหน่อย
เขาติดตามผู้บำเพ็ญคนนั้นอย่างระมัดระวัง เดินตามจนสุดครึ่งถนน จึงหยุดผู้บำเพ็ญคนนั้นหยุดหน้าร้านย่างเนื้อแห่งหนึ่ง พระซื่อฉันสูดกลิ่น ได้กลิ่นหอม นั่นคือปฏิกิริย