งได้บ้างหรือไม่ ขออภัยที่ต้องขอตัวไปก่อน”
“ไม่เป็นไรๆ คุณชายหลี่ ท่านรีบไปเถอะ”
“ใช่ ไม่ต้องสนใจพวกเราหรอก จริงๆ นะ”
พวกเหยาเมิ่งจีทั้งสามรีบร้อนพูด หวังให้หลี่เนี่ยนฝานรีบนำถังออกไปให้ห่างๆ
น่ากลัวจะตายอยู่แล้ว
หลี่เนี่ยนฝานพยักหน้าตอบด้วยรอยยิ้ม ช่างเป็นผู้บำเพ็ญเซียนที่เข้าอกเข้าใจผู้อื่นเสียจริง
ต๋าจี่ลุกขึ้นตามไป “คุณชาย ข้าจะไปกับท่าน”
“จริงสิ ในเมื่อพวกท่านนำไก่ตัวนี้มาแล้ว ตัวเดียวก็ได้อยู่ ไม่เช่นนั้นอยู่กินด้วยกันเถอะ”
หลี่เนี่ยนฝานเหลือบมองไก่งวงในเรือน พูดไปพลางๆ ว่า “เสี่ยวไป๋ เอาไก่ตัวนั้นไปทำความสะอาดก่อน เตรียมพร้อมเชือด!”
“ขอรับนายท่าน” เสี่ยวไป๋พยักหน้า เดินไปทางไก่งวง
เชือด?
จะกินข้า?
ข้าไม่ใช่ไก่จริงๆ นะ!
วิหคเพลิงกระพือปีก กรีดร้องอย่างหวาดกลัว “จีๆๆ!”
มันอยากจะหนีไป แต่เสี่ยวไป๋ก็ยกมือขึ้นจับมันเบาๆ ราวกับกำลังอุ้มลูกเจี๊ยบที่หยิบขึ้นมาได้ตามใจ จากนั้นก็พาวิหคเพลิงไปข้างลำธาร และเริ่มล้างมันด้วยสายยาง
ทันใดนั้นเสียงน้ำไหลซู่ พร้อมกับเสียงร้องอันน่าสังเวชของไก่งวงก็ดังก้องอยู่ในเรือน
พวกฉินม่านอวิ๋นทั้งสี่ที่เห็นฉากนี้ต่างเงียบกริบ
จู่ๆ ฉินม่านอวิ๋นก็เอ่ยขึ้น “น้ำที่ใช