ุ้ง ฉุดให้ความอยากอาหารเพิ่มขึ้นจนคนน้ำลายสอ
“อึก”
เหยาเมิ่งจีกลืนน้ำลายอึกหนึ่ง จ้องมองหม้อแกงปลาตาไม่กะพริบ ความกระหายท่วมท้นขึ้นในใจ
เดิมทีเขาคิดว่าตนเองหัวใจด้านชาดุจเถ้าถ่าน ไม่มีสิ่งใดในโลกล่อหลอกเขาได้ ทว่าบัดนี้เขาพบว่าตนคิดผิด แถมยังผิดมหันต์
ที่แท้ความเย้ายวนของอาหารรสเลิศ ก็สามารถเอาชนะความหดหู่สิ้นหวังแห่งความตายได้จริงๆ
เมื่อเห็นท่าทีของเหยาเมิ่งจี มุมปากของหลี่เนี่ยนฝานยกยิ้มขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ แน่นอนว่าไม่มีปัญหาใดที่อาหารรสเลิศแก้ไขไม่ได้
เสี่ยวไป๋ตักแกงปลาใส่ชามแล้วยื่นให้เหยาเมิ่งจี “เชิญรับประทานให้อร่อยขอรับ”
“ขอบ ขอบคุณมาก”
เหยาเมิ่งจีรับแกงปลามา แล้วยกขึ้นสูดดมตรงหน้าอย่างอดใจไม่อยู่
กลิ่นหอมหวนอันอบอุ่นชุ่มฉ่ำ ทำให้จิตวิญญาณของเขาตื่นตัวขึ้นทันที นอกจากน้ำแกงเข้มข้นแล้ว ยังมีปลาอวบอ้วนเนื้อนุ่มชิ้นหนึ่ง และเต้าหู้ขาวนุ่มละมุนผุดผ่องอีกสองชิ้น
ลูกกระเดือกของเขาเคลื่อนไหวไปมา แทบอดใจรอไม่ไหวที่จะยกชามกระเบื้องขึ้น แนบริมฝีปากลิ้มรสอึกหนึ่ง
แกงปลาขาวข้นไหลเข้าปาก สัมผัสกลมกล่อมทำให้เขารู้สึกสบาย ที่สำคัญที่สุดคือกลิ่นหอมอันโอชะที่ผลิบานอยู่ในปาก น้ำแกงพันรอบคอ ราวกับผ้า