พลังอมตะให้แก่ข้า[2]”
สี่ประโยคสั้นๆ เพิ่งเขียนจบ กลับมีกระแสลมกรรโชกถาโถมเข้าใส่ พัดอาภรณ์ทุกคนจนปลิวไสว ลมนี้แลดูรุนแรงนัก แต่ ยามปะทะเข้ากับร่างคนกลับโชยเบาๆ อย่างนุ่มนวลเกินพรรณนา
ปุถุชนคิดว่านี่เป็นเพียงลมธรรมดา ผู้บำเพ็ญเซียนในที่แห่งนั้นกลับสัมผัสได้ถึงทำนองมรรคามหาศาล ทำนองมรรคา นี้ถึงกับกลายเป็นระลอกคลื่นที่หมายกลืนกินแผ่นดินนี้ให้จมลง
และทำนองมรรคาอันเข้มข้นนี้ก็ออกมาจากแผ่นกระดาษเขียนคำอวยพร!
ผู้บำเพ็ญเซียนซึ่งอยู่ในที่แห่งนั้นหัวใจเต้นระส่ำแทบคลั่ง ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ผู้ยิ่งใหญ่ระดับนี้โผล่มาจากที่ใดกัน
ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่กล้าถาม ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่กล้าพูด ทำได้เพียงถ่อมตัวอย่างหวาดหวั่น
จักรพรรดิลั่วอยู่ใกล้ที่สุด เมื่อเห็นบทกลอนสั้นๆ เพียงสิบกว่าคำ สมองก็พลันกู่ก้องกราวกับทะลวงผ่านม่านหม มอกอันสับสน คลับคล้ายคลับคลาว่าเห็นที่พำนักของเทพเซียนบนสวรรค์เก้าชั้นฟ้า หอสูงตระหง่านนำพาความยิ่งใหญ่น่าเกร รงขาม ทั้งยังมีเสียงบรรเลงดนตรี ชวนเคลิบเคลิ้มถอนตัวไม่ขึ้น
หลี่เนี่ยนฝานม้วนกระดาษเรียบร้อย ยิ้มเอ่ย “นานนาน อันนี้ให้เจ้า”
“ขอบคุณพี่เนี่ยนฝาน” นานนานรับไว้ด้วยความดีใจ นางสั