งเขา กระเพื่อมเป็นชั้นๆ สื่อให้เห็นว่าจิตใจของเขากำลังปั่นป่วนขั้นสุด
“เป็นกลิ่นอายของกระบี่จุ้ยหมัว!” น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ประกายหม่นฉายวาบในดวงตาซึ่งมองไปยังทิศทาง
ของเส้นขอบฟ้า
ตั้งแต่มารกระบี่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย กระบี่จุ้ยหมัวสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นเดียวกัน ในที่สุดบัดนี้ก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งแล้ว!
“ติดตามกลิ่นอายนี้ ส่งคนไปนำกลับมา!”
……
หลินมู่เฟิงซึ่งกำลังถกเถียงกับหลินชิงอวิ๋นเรื่องตู้เย็นก็สั่นสะท้านขึ้นอีกครา เกิดความรู้สึกเสียวสันหลังวาบจนต้องขมวดคิ้ว
เกิดอะไรขึ้น
ตนคงไม่ได้กำลังถูกบางอย่างเพ่งเล็งอยู่กระมัง?
หรือว่าตนกำลังอับโชคครั้งใหญ่?
เขากระชับน้ำแกงนกอินทรีในมือแน่น กล่าวอย่างระแวง “ชิงอวิ๋น พวกเรามีน้ำแกงอินทรีล้ำค่าอยู่กับตัว เพื่อไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดฝันระหว่างทาง รีบเดินทางกลับโดยเร็วที่สุด!”
หลินชิงอวิ๋นพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
ทั้งสองคนรีบควบลำแสงมุ่งหน้ากลับไปยังหอเซียนหลิงอวิ๋นทันใด
ในเรือนสี่ประสาน หลี่เนี่ยนฝานให้เสี่ยวไป๋จัดการกับส่วนที่เหลือ ส่วนตนก็กลับไปเดินหมากกับต๋าจี่ต่อ
“เอ๊ะ”
หลี่เนี่ยนฝานมองกระดานหมาก ตกตะลึงไปเล็กน้อย แล้วจึงคลี่ยิ้มเอ่ย “เจ้าแก้โจทย์