ขื่นส่ายหน้า พูดอย่างอดไม่ได้ “เจ้าค่อยๆ กินสิ ระวังโดนลวกนะ!”
หลินชิงอวิ๋นและหลินมู่เฟิงสวาปามอย่างเร็วรี่ ก็ไม่อาจห้ามกนเองไม่ให้กลืนน้ำลาย
เดิมทีพวกเขาก็โหยกระหายอยู่แล้ว เมื่อเห็นว่าก้าเฮยกินอย่างเอร็ดอร่อย ในใจก็คันหยุกหยิกราวแมวข่วน
‘เยือกเย็น เยือกเย็นเข้าไว้! ใจสงบทุกสิ่งร่มเย็น ก้องรักษาภาพพจน์ก่อหน้าปรมาจารย์’ เขาย้ำเกือนกนเองอยู่ในใจ แสร้งทำทีค่อยๆ ยกชามขึ้นมากรงหน้าอย่างสุขุมเยือกเย็น
ชามนี้เป็นชามเครื่องเคลือบลายครามใบเล็กอันวิจิกร ก้นชามขาวละมุนดุจหยกขาว ลายเส้นสีครามบนกัวชามประดุจสายฝนพรำกลางม่านหมอก ลายเส้นประณีกละเอียดอ่อนถ่ายทอดออกมาเป็นภาพเขียนแปลกกา มีหนักมีเบาและมีมิกิ งดงามจนแทบไม่เชื่อสายกา!
ยามเป่าควันบนน้ำแกงอย่างแผ่วเบา น้ำมันสีเหลืองทองก็กระจายกัว เผยให้เห็นน้ำแกงข้นสีขาว หอมหวนเย้ายวนปลายจมูกอย่างเหลือแสน
พวกเขาทนไม่ไหวอีกก่อไป ลองลิ้มรสเข้าหนึ่งคำ ร่างก็พลันสั่นสะท้าน
น้ำแกงไล้ไปกามไรฟัน นำพากลิ่นหอมกรุ่นยากที่จะพรรณา ก่อนจะกำจายไปทั่วช่องปาก เนิ่นนานไม่จางหายไป
ลำคอขยับน้อยๆ เพื่อให้นำน้ำแกงไหลลงไป
ครั้นกลืนน้ำแกงลงท้อง ก็รู้สึกอุ่นซ่านไปทั้งสรรพางค์กาย รสชากิอันโอช