องทัพสวรรค์หนึ่งแสนนาย
มิใช่ว่านางประเมินตนเองต่ำไป แต่นี่คือเรื่องจริง
ปรมาจารย์ที่ลั่วซืออวี่พูดถึงน่ากลัวว่าจะต้องอยู่ระดับที่สั่นสะเทือนฟ้าดินเชียวละ!
อยู่ๆ จงซิ่วก็รำพันขึ้นมาว่า “ไม่น่าเชื่อเลยว่าเทพซึ่งมีตบะแก่กล้าเป็นอมตะ ท้ายสุดแล้วจะถูกพระพุทธองค์กำราบได้อย่างง่ายดาย ต้องมีพลังที่น่าหวาดกลัวเพียงใดกัน”
“ไม่ต้องพูดแล้ว! บุคคลระดับนี้ไม่ใช่คนที่พวกเจ้าจะมาวิพากษ์วิจารณ์มั่วๆ ซั่วๆ ได้!” จักรพรรดิลั่วรีบปราม ขณะเดียวกันก็กล่าวด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความเคารพยำเกรง “มีเพียงผู้ที่ก้าวข้ามโลกโลกีย์อย่างคุณชายหลี่เท่านั้นละจึงจะเอ่ยถึงบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าเหล่านั้นด้วยวิธีการเล่าเรื่อง”
อย่าว่าแต่ผู้ยิ่งใหญ่อย่างพระยูไลเลย ต่อให้เป็นนาจาหรือว่าเทพเอ้อร์หลาง1 ก็ไม่ใช่บุคคลที่พวกเขาจะนำไปซุบซิบนินทาได้
ทำได้เพียงเก็บงำไว้ในก้นบึ้งของจิตใจ เคารพบูชาไปเงียบๆ
“ท่านพ่อ ท่านว่าคุณชายหลี่จะมีผลท้อสวรรค์ไหม” ลั่วซืออวี่เอ่ยถามด้วยความสงสัยทันใด
“ไม่…”
จักรพรรดิลั่วส่ายศีรษะโดยไม่ยั้งคิด แต่จากนั้นกลับชะงักฉับพลัน ม่านตาหดเล็กเหลือเท่ารูสนเข็ม
อาจจะมีจริงๆ ก็ได้!
คุณชายหลี่ระดับไหนแล้ว เป็นคนที่สุดยอดกว่าพระยูไลในนิทานด้วยซ้ำไป แค่มีผลท้อสวรรค์จะแปลกที่ไหน
จักรพรรดิลั่วไม่พูดจา ลั่วซืออวี่กลับผงกศีรษะ พูดเสียงแผ่วเบา “น่าจะมีจริงๆ!”
“ท่านพี่ม่านอวิ๋น ท่านไม่รู้หรอกว่าก่อนหน้านี้ข้าพบเจออะไรมา