วน ดังนั้นห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปเป็นอันขาด”
“วางใจเถิด ข้าจะจำใส่ใจ” ฉินม่านอวิ๋นพยักหน้า แน่นอนว่านางรู้ขอบเขต ครั้งแรกที่ได้ยินข้อมูลนี้ นางก็เก็บงำมันไว้ในส่วนลึกที่สุดของจิตใจ
ลั่วซืออวี่เงียบงันไปสักพัก กัดริมฝีปาก แล้วจึงเอ่ยว่า “ท่านพี่ม่านอวิ๋น อันที่จริงใบชานี้เพิ่งได้มาครั้นไปเยี่ยมเยือนปรมาจารย์เมื่อไม่นานมานี้ ข้าไม่กล้ารบกวนเขาหลายครั้งหลายหน ไม่สู้ท่านไปเยี่ยมเยือนบัณฑิตรับใช้ของปรมาจารย์ก่อนดีกว่าหรือ?”
“นั่นย่อมเป็นเรื่องสมควร ไม่ว่าอย่างไร ก็ห้ามทำให้ปรมาจารย์รำคาญใจเด็ดขาด”
ฉินม่านอวิ๋นเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง จากนั้นจึงเอ่ยถาม “บัณฑิตท่านนั้นเป็นใครหรือ”
“บัณฑิตท่านนั้น…” ลั่วซืออวี่อดนึกถึงภาพที่เมิ่งจวินเหลียงเป่าเจ้าราชาปีศาจระดับหยวนอิงสองตนนั้นเพียงชี้นิ้วจนพวกมันคืนรูปเดิม ความหวาดกลัวก็พลันวาบผ่านนัยน์ตา
“แข็งแกร่งมาก น่ากลัวมาก ข้าไม่อาจบรรยายได้ สรุปคือท่านไปแล้วจะรู้เอง”
ฉินม่านอวิ๋นตามลั่วซืออวี่ออกจากราชสำนักเซียนเฉียนหลง กลายเป็นเพียงลำแสง เหาะตรงไปยังหมู่บ้านทางฝั่งประจิม
หมู่บ้านนี้ห่างจากเมืองลั่วเซียนไปทางทิศประจิมสักสิบกงหลี่(กิโลเมตร) ไม่เจริญเท่าเมืองลั่วเซียน ทว่าก็มีตลาดขนาดกลางแห่งหนึ่ง
หลังจากลั่วซืออวี่ได้พบกับเมิ่งจวินเหลียงครานั้น ก็คอยติดตามการเคลื่อนไหวของเขามาโดยตลอด
นึกไม่ถึงว่าเขาจะเอาอย่างบันทึกท่องประจิม เดินทางมุ่งสู่ทิศประจิม