โดยเริ่มต้นจากเมืองลั่วเซียนจริงๆ
มิหน้ำซ้ำเขายังเดินเท้าเปล่า มิได้ใช้การเดินทางด้วยแสงเฉกเช่นผู้บำเพ็ญเซียนแต่อย่างใด ก้าวเดินไปทีละก้าวๆ ข้ามขุนเขาและสายน้ำ บ้างก็อาจมีปีศาจมาขวางทาง แต่นั่นก็เป็นการรนหาที่ตายเอง
คล้ายกับว่าจะไม่มีสิ่งใดในโลกหล้าที่ขวางกั้นการเดินทางของเขาได้
สถานีแรกของเมิ่งจวินเหลียงก็คือหมู่บ้านแห่งนี้
และในที่แห่งนี้เอง ลั่วซืออวี่ก็ได้สดับฟังบันทึกท่องประจิมที่ใฝ่หามาในที่สุด ตะลึงงันไปชั่วขณะ จากนั้นก็จะมาฟังตรงเวลาทุกวัน
หลักพระธรรมคำสอนนี้ เหนือกว่าโชคลาภใดๆ ทั้งปวง
วันนี้เล่าถึงซุนหงอคงป่วนตำหนักสวรรค์แล้ว ตื่นเต้นเหลือเกิน
ฉินม่านอวิ๋นก็มองสำรวจอาคารบ้านเรือนโดยรอบ เอ่ยถามอย่างอดไม่ได้ “บัณฑิตรับใช้ปรมาจารย์มาทำอะไรที่นี่”
ลั่วซืออวี่สีหน้าจริงยัง พูดเน้นย้ำทีละคำว่า “เผยแผ่คำสอน!”
“เผยแผ่คำสอน?” กลีบปากเล็กของฉินม่านอวิ๋นเผยอค้างเล็กน้อยด้วยตวามตกใจ
คำนี้มิใช่คำที่นำออกมาใช้ได้พร่ำเพรื่อ มีเพียงยามที่ปรมาจารย์แต่ละสำนักออกจากการปิดด่านกักตนออกมาเทศนาสั่งสอนจึงจะเรียกว่าการเผยแผ่คำสอนได้กระมัง
ลั่วซืออวี่จึงเอ่ยเตือนอย่างขึงขัง “หลังจากที่เข้าไปในภัตตาคาร ท่านต้องเงียบ ตั้งใจฟังบัณฑิตท่านนี้เล่านิทาน”
“เล่านิทาน? เล่านิทานให้ปุถุชนฟัง?”
ฉินม่านอวิ๋นขมวดคิ้วน้อยๆ อย่างห้ามไม่อยู่ มองดูทั้งชั้นบนและชั้นล่างคราคร่ำไปด้วยปุถุชน ในใจเต็มไปด้วยความคลางแคลง
ใ