ลึกที่หนานกงอู๋เชวียเป็นหนี้นางอยู่ดูไม่มีแววจะได้คืน… เจ้าคนหน้าไม่อายนั่น… หนานกงหวั่นรู้ดีว่าหมอนั่นไม่มีทางใช้หนี้นางแน่
ส่วนคนที่หญิงสาวกำลังเข่นเขี้ยวอยู่ในใจเพิ่งกินพระกระโดดกำแพงเสร็จ จึงนั่งเอื่อยเฉื่อยอยู่ตรงทางเข้าร้านพลางเคี้ยวโอสถต่างขนมไปด้วย
เขากำลังอาบกลิ่นหอมที่โชยออกมาจากร้าน สำหรับเขา กลิ่นหอมของอาหารน่าอภิรมย์กว่ากลิ่นหอมของโอสถที่เขาต้องประสบพบเจออยู่ทุกวันหลายเท่า
ตั้งแต่เริ่มกินอาหารของเถ้าแก่ปู้ เขาก็รู้สึกว่าตัวเองเกียจคร้านมากขึ้น ความหลงใหลในการเล่นแร่แปรธาตุเหมือนจะจืดจางลง
เฮ้อ… นี่มันความชั่วร้ายขณะหนังท้องตึงชัดๆ
ดวงอาทิตย์อาบไล้เมืองด้วยแสงแดดอันอบอุ่น
เบื้องล่าง ปู้ฟางก้าวเท้าออกจากครัว เขาเช็ดรอยเปื้อนบนมือแล้วลากเก้าอี้มานั่งพักผ่อนหย่อนใจ เอนกายอย่างเกียจคร้านพลางอาบแสงแดดอุ่นสบาย
“สหายปู้ อยากชิมของอร่อยบ้างไหม” หนานกงอู๋เชวียมองอีกฝ่ายก่อนเสนอโอสถทิพย์ระดับห้าให้
“ไม่ ขอบใจ ข้าเกลียดยา” ปู้ฟางหรี่ตาเล็กน้อยก่อนปฏิเสธข้อเสนออย่างใจเย็น ตอนนี้ลูกค้าในร้านได้อาหารครบแล้ว ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนตัวเองได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว
“เจ้านี่บื้อหรือเปล่า… มันคือโอสถทิพ