นอย่างแท้จริง” หยางเหม่ยจี๋พูดด้วยน้ำเสียงขมขื่น
นางรู้ตัวว่าตนเองไม่มีพรสวรรค์มากพอที่จะเป็นแม่ครัว การเปิดร้านอาหารเกิดขึ้นเพราะความเชื่อมั่นของนางล้วนๆ
ก็อย่างที่หนานกงหมิงพูดไว้ หยางเหม่ยจี๋มีพรสวรรค์ด้านเล่นแร่แปรธาตุ นางเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุระดับสามและเคยเป็นศิษย์ของปรมาจารย์เสวียนเปย
“แล้วเจ้าอยากให้ร้านอาหารหมอกเมฆากลายเป็นตัวตลกรึ” ปู้ฟางถามอย่างจริงจัง
หยางเหม่ยจี๋อึ้งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะออกอาการกระวนกระวายใจ
“แน่นอนว่าต้องไม่อยาก ร้านอาหารหมอกเมฆาคือผลจากความอุตสาหะของท่านพ่อข้า ข้าจะปล่อยให้มันเป็นตัวตลกของเมืองหมอกนภาได้อย่างไร แต่การจะทำกิจการร้านอาหารในเมืองหมอกนภาเป็น นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้” หลังจากสงบสติอารมณ์ได้แล้ว หยางเหม่ยจี๋ก็รู้สึกอับจนหนทาง
ปู้ฟางสำรวจร้านอาหารหมอกเมฆาอย่างพินิจพิเคราะห์ และค่อนข้างพึงพอใจ
เขากำลังมองหาร้านอยู่พอดี ร้านอาหารหมอกเมฆาถือว่าเหมาะสมมิใช่หรือ
“ข้ามีทางที่จะทำให้ร้านอาหารหมอกเมฆาไม่กลายเป็นตัวตลกของคนในเมืองหมอกนภา” ปู้ฟางกล่าวกับหยางเหม่ยจี๋ด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ทางไหน” หยางเหม่ยจี๋ถามด้วยความตื่นเต้นจนร่างใหญ่โตสั่นไหว
ปู้ฟางไม่ได้ตอบนางทันที เขาเอามื