่าอย่างไรเสียอาหารเหล่านี้ก็ถูกตระเตรียมมาอย่างพิถีพิถัน ภาพที่เห็นทำให้บรรดาพ่อครัวคนอื่นๆ ไม่พอใจหนัก
“พวกเจ้าทำอะไรกันอยู่น่ะจะกินหรือจะเถียงกันกันแน่ นี่ข้าคงใจดีเกินไปเสียแล้วกระมัง”
แม่ทัพจูเยวี่ยมีสีหน้าจริงจังก่อนจะยกมือขึ้นไพล่หลัง เขาก้าวช้าๆ ไปหาฝูงชน พลางขมวดคิ้วจ้องไปยังเหล่าทหารที่ยังคงทุ่มเถียงกันราวกับอยู่ในตลาด เขาผิดหวังกับการปฏิบัติตัวของทหารเหล่านี้จึงเริ่มต้นดุด่าเป็นการใหญ่
หลังจากโดนแม่ทัพดุ เหล่าทหารที่กำลังก่อความวุ่นวายก็กลับมาเชื่อฟังและทำตัวสงบตามเดิม พวกเขาหันกลับไปเลือกอาหารพลังปราณจานอื่นกิน
เช่นเดียวกับทหารที่กินเต้าหู้ผัดพริกเข้าไปแล้ว เพราะเต้าหู้ผัดพริกมีอยู่ไม่มาก พวกเขาจึงทำได้เพียงลิ้มรสเท่านั้น ไม่อาจกินจนอิ่มเต็มคราบดังใจปรารถนาได้
เมื่อทหารเหล่านั้นต้องกลับไปกินอาหารพลังปราณจานอื่นๆ สีหน้าของพวกเขาก็เหยเกขึ้นมา รู้สึกราวกับว่ากำลังกินอาหารแห้งแล้งไร้รสชาติอย่างไรอย่างนั้น
“แหวะ! นี่มันบ้าอะไรกัน รสชาติไม่ได้เรื่อง!”
“นี่มันอาหารหมูหรืออย่างไร น่าขยะแขยง… แถมยังปรุงรสได้จืดอย่างกับน้ำเปล่า!”
“ทำไมฝีมือของพ่อครัวชุดปัจจุบันจึงได้อ่อนด้อยนัก อาหารที่พวกเขาทำรสชาติแย่ลงทุกทีๆ!”
หลังจากที่กินอาหารพลังปราณจานอื่นเข้าไป บรรดาทหารที่ได้ลิ้มรสเต้าหู้ผัดพริกไปแล้วก็พากันบ่นระงม ถึงแม้ว่าเสียงจะไม่ดัง แต่บรรดาพ่อครัวประจำกองทัพก็ได้ยินชัดเจน
เว่ยต้าฝูโ