้พอใจกับสิ่งที่ตนเองกำลังกินอยู่จริงๆ ดูก็รู้ว่าพวกเขาเคยกินอาหารแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว
“ข้าจะปล่อยให้พวกทหารกินอาหารอย่างอื่นเล่นไปก่อนก็แล้วกัน ถึงอย่างไรอาหารของข้าก็ต้องหมดในชั่วพริบตาอยู่แล้ว” ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบพร้อมยิ้มออกมาอย่างมั่นใจ ขณะปรายตามองเว่ยต้าฝู
พอรู้สึกได้ถึงสายตาที่มองมา เว่ยต้าฝูก็ตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ ก่อนจะยิ้มเยาะด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ “ไอ้หนุ่มนี่ช่างมั่นหน้ามั่นโหนกเสียจริง… อาหารที่ทำจากวัตถุดิบธรรมดาและวัตถุดิบพลังปราณนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว มั่นใจขนาดนี้คงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากในสมองของเจ้ามีแต่ขี้เลื่อยกลวงโบ๋”
“อ้อ… กลวงโบ๋เช่นนั้นรึ” ปู้ฟางยิ้มมุมปาก
หลังจากนั้นชายหนุ่มก็ไม่คิดสนใจชายวัยกลางคนอีก เขาเอื้อมมือไปเปิดฝาหม้อของตน
ทันใดนั้นไอน้ำหนาก็พวยพุ่งขึ้นจากหม้อสู่ท้องฟ้าเบื้องบนจนดูราวกับเป็นเมฆรูปเห็ด กลิ่นหอมจนแทบทานทนไม่ไหวระเบิดออกจากหม้อเหมือนภูเขาไฟระเบิด ส่งให้ทั้งค่ายตกอยู่ในความโกลาหล
กลิ่นนั้นพัดพาไปทั่วค่ายเหมือนลมหมุน ทำให้ทุกคนที่อยู่ในค่ายนิ่งอึ้งตะลึงงันไป ค่ายทหารเงียบกริบลงทันที ทหารแต่ละนายยืนนิ่งราวกับก่อนหน้านั้นไม่ได้กำลังต่อสู้แย่งชิงอาหารกันอยู่อย่างไรอย่างนั้น
ทุกคนดมกลิ่นหอมประหลาดนี้แล้วแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปาก กลิ่นหอมนี้ทำให้พวกเขาน้ำลายไหลออกมาทันที
ปู้ฟางสูดลมหายใจเข้าลึก ใบหน้าแดงเรื่อ เขาก้มลงมองในหม้อด