“อาหารจานไหนหรือที่ท่านร้องเรียนว่าไม่ถูกปาก”
น้ำเสียงของปู้ฟางนิ่งเรียบ สายตาจับจ้องอยู่ที่ชายชราร่างท้วม เขาม่ได้มีท่าทางยกตนข่มท่านแต่อย่างใด ราวกับเป็นคำถามถามไถ่สารทุกข์สุกดิบธรรมดาเท่านั้น
ชายชราร่างท้วมผงะไป รอยยิ้มฉายวาบขึ้นบนใบหน้าขณะมองปู้ฟางด้วยดวงตาเป็นประกาย “เจ้าคงเป็นเถ้าแก่ของร้านนี้สินะ ข้าได้ยินชื่อเสียงของเจ้ามานาน ได้เห็นตัวจริงวันนี้ก็ทำให้นึกถึงประโยคที่ว่าวีรบุรุษล้วนเยาว์วัย”
“ข้าเป็นแค่พ่อครัวธรรมดา ไม่ใช่วีรบุรุษอะไร” ปู้ฟางโบกไม้โบกมือพลางยักไหล่ ชายชราผู้นี้ดูเป็นมิตร ท่าทางไม่ใช่คนที่จะมาหาเรื่องหาราวแต่อย่างใด
ปู้ฟางดึงเก้าอี้ออกมานั่งลงตรงข้ามชายชรา บนโต๊ะตรงหน้ามีอาหารอยู่สามอย่าง ได้แก่ข้าวผัดไข่ ปลาดองเหล้า และซี่โครงเปรี้ยวหวาน
ทั้งสามจานถูกชิมหมดแล้ว ข้าวผัดไข่หายไปครึ่งหนึ่ง ปลาดองเหล้าพร่องไปไม่น้อย มีเพียงซี่โครงเปรี้ยวหวานเท่านั้นที่ถูกกินไปชิ้นสองชิ้น
“ฮ่ะๆ ช่างบังเอิญเสียจริง ตาแก่คนนี้ก็เป็นพ่อครัวเช่นกัน ข้าได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาว่าอาหารของเถ้าแก่ปู้นั้นเลิศรสยิ่งนัก จึงดั้นด้นเดินทางมาไกลมานับพันลี้ คาดไม่ถึงเลยว่าเอาเข้าจริงอาหารเหล่านี้จะด้อยกว่าที่คิดไว้ บอกตามตรงว่าข้ารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย” สีหน้าของชายชราฉายแววผิดหวังขณะส่ายศีรษะไปมา
โอวหยางเสี่ยวอี้ที่ยืนอยู่ด้านหลังปู้ฟางเม้มปากแน่น นางเชื่อเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าตาแก่ตรงหน้าต