็นเช่นนั้น ข้าคนนี้คงต้องคลานเข่าไปร้องไห้ในส้วมเป็นแน่
ปู้ฟางหนักใจยิ่ง ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากช่วย แต่ชายหนุ่มไม่มั่นใจว่าจะทำได้ โอสถพิษนี้มีฤทธิ์ร้ายแรงยิ่ง ขนาดอสูรเวทระดับเจ็ดยังถูกพิษจนกระทั่งเนื้อในกายเน่าเสียไปหมด ร่างกายของเซียวเคออวิ่นอาจจะผุกร่อนไปทั่วแล้วก็ได้ในยามนี้
“คุณชายปู้… โปรดช่วยสามีของข้าด้วย ท่านต้องการสิ่งใดข้ายอมทุกอย่าง!” หลินฉินเอ๋อร์เห็นปู้ฟางคิดหนักอยู่เช่นนั้นนางจึงรีบทิ้งตัวลงคุกเข่า ดวงตารื้นไปด้วยน้ำตาขณะเอ่ยปากวอนขอ
ปู้ฟางรีบกุลีกุจอพยุงนางให้ลุกขึ้นยืน
“ข้าไม่อาจรับประกันได้ว่าเขาจะปลอดภัย เขากินโอสถนี่เข้าไปนานเกิน และดูเหมือนว่าร่างกายจะเริ่มเน่าเปื่อยเพราะพิษแล้ว ข้าพูดได้แค่ว่า… ข้าจะลองดู” ปู้ฟางเอ่ยอย่างยอมจำนน
นัยน์ตาของหลินฉินเอ๋อร์และเซียวอวี่ส่องประกายขึ้นมาทันใด ปู้ฟางไม่ปฏิเสธ แปลว่าอาจจะยังพอมีหวัง
ทั้งสองผุดลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวขอบคุณปู้ฟางเป็นการใหญ่
เซียวเยียนอวี่เม้มปากแน่นก่อนจะหันมามองปู้ฟาง ดวงตาคู่งามของนางส่องประกายหญิงสาวรู้สึกประทับใจในความโอบอ้อมอารีของเขายิ่งนัก
สีหน้าท่าทางและแววตาอบอุ่นจากคนเหล่านี้ทำให้ปู้ฟางรู้สึกกดดัน เขารอให้ทุกคนใจเย็นก่อนแล้วจึงพูดย้ำ “ข้า…แค่บอกว่าจะลองดู ได้โปรดอย่าคาดหวังมากนัก อ้อ… ในเมื่อพวกท่านทุกคนอยากช่วยเขา เช่นนั้นก็เตรียมครัวสะอาดๆ ไว้ให้ข้าด้วย ข้าจะได้ทำได้เต็มที่”
ทุกคนยกเว้นเซียวเยียนอวี