จที่ได้เห็นสีหน้าอับอายของปู้ฟาง แต่นางกลับคิดว่าภาพตรงหน้าช่างตลกเสียเหลือเกินจนต้องระเบิดหัวเราะเสียงหวานออกมา แต่ก็ยังเกรงใจเอามือปิดปากไว้นิดหนึ่ง
แม้ตอนนี้นางจะพอเดาได้แล้วว่าปู้ฟางไม่ได้เข้าไปทำเรื่องอย่างว่าในหอวสันต์สุคนธ์ แต่สีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของเขานั้นก็ตลกมากเสียจนทนไม่ไหว
ปู้ฟางกลับมาทำหน้าตายอีกครั้งอย่างรวดเร็ว เขาดึงหน้าตึงเมินเซียวเยียนอวี่ที่กำลังหัวเราะตัวโยนไปโดยสิ้นเชิง
“ก็ได้ๆ เถ้าแก่ปู้ นี่เป็นความลับระหว่างเราก็แล้วกัน ไม่ต้องห่วง ข้าไม่บอกใครแน่นอน” เซียวเยียนอวี่พยายามเต็มที่ที่จะไม่หลุดขำ
หญิงรับใช้เบื้องหลังเซียวเยียนอวี่มองปู้ฟางด้วยสายตาประหลาดใจเหลือแสน นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าสตรีที่ทั้งสง่างามและเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้วอย่างเซียวเยียนอวี่จะหัวเราะได้อร่อยถึงเพียงนี้ คุณหนูของนางรู้จักชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าผู้นี้ด้วยหรือ
“จะว่าไป เถ้าแก่ปู้ ท่านมาที่เมืองนครใต้ด้วยธุระอะไรหรือ แล้วมาถึงตั้งแต่เมื่อไรกัน” เซียวเยียนอวี่ถามด้วยความสงสัย
“ข้ามาไม่นานเดี๋ยวก็กลับ ได้ยินว่าที่เมืองนครใต้นี้มีอาหารรสเลิศมากมาย ข้าจึงมาเพื่อลองชิมดู” ปู้ฟางตอบกำกวม แต่เซียวเยียนอวี่ก็หลักแหลมพอที่จะเข้าใจความหมายเบื้องลึกจึงทำเพียงพยักหน้ารับ
“อาหารรสเลิศรึ ถึงข้าจะไม่ได้คุ้นเคยกับเมืองนครใต้มากนัก แต่ก็มั่นใจว่าตนเองรู้จักเมืองนี้ดีกว่าเถ้าแก่ปู้แน่นอน ให้ข้านำทา