างมองไปที่อวี่ฝูซึ่งกำลังเปิดฝากล่องอาหารด้วยสีหน้ากระวนกระวาย ทันทีที่ฝากล่องถูกเปิด กลิ่นข้าวกับไข่ก็ระเบิดออกมา
บรรดาลูกค้าในร้านต่างเริ่มพูดคุยกันจ้อกแจ้ก กลิ่นนี้หอมกว่าผลงานชิ้นเอกของโอวหยางเสี่ยวอี้มากนัก อย่างน้อยก็ยังมีกลิ่นเหมือนข้าวกับไข่ที่ผ่านการผัด
ข้าวผัดไข่ทั่วๆ ไปก็ควรมีกลิ่นหอมเช่นนี้นี่ละ
การทำอาหารแสนประหลาดจานนั้นออกมาได้ จะพูดว่าโอวหยางเสี่ยวอี้ “มีพรสวรรค์” ก็คงไม่ผิดนัก
บนจานกระเบื้องสีขาวมีข้าวผัดไข่ที่สีสันไม่ได้สวยงามนักบรรจุอยู่ จะว่าไปแล้วสีของมันดูคล้ำประหลาด เทียบไม่ได้เลยกับข้าวผัดไข่ของปู้ฟางที่แทบจะเรืองแสงสีทองได้ แต่เนื่องจากเป็นอาหารฝีมืออวี่ฝูจึงพอจะมองข้ามไปได้
ใบหน้าของปู้ฟางไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก เขาเพียงพยักหน้าน้อยๆ แล้วหยิบช้อนกระเบื้องขึ้นมาตักข้าวผัดไข่ ชายหนุ่มยกช้อนเข้าไปใกล้จมูกเพื่อดม เมื่อได้กลิ่นหอมเข้มข้นจากอาหารในช้อน ในใจก็เริ่มรู้สึกยอมรับขึ้นมาเล็กๆ
โอวหยางเสี่ยวอี้ที่กำลังถือชามข้าวผัดไข่ฝีมือปู้ฟางอยู่หันไปมองเหตุการณ์นั้นเช่นกัน แต่ก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตากินต่ออย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร
ปู้ฟางชิมข้าวผัดไข่ในช้อน เขาค่อยๆ เคี้ยวอย่างพิถีพิถัน กลิ่นหอมของไข่ลอยล่องอยู่ในปาก รสชาติของมันจัดว่ากำลังพอดี ไม่เค็มแต่ก็ไม่จืดจนเกินไป แม้คุณภาพของข้าวจะไม่ดีเท่าที่ควร แต่ก็ทำออกมาได้สุกพอดีไม่มีที่ติ เมล็ดข้าวนั้นกระเด้งกระดอนในปากของเ