งต้องข้ามป่าข้ามเขามาที่นครหลวงแห่งนี้เพื่อตามหาเถ้าแก่ปู้ด้วยเล่า เพื่อสิ่งใดกัน” เจ้ามู่เฉิงถาม
หัวใจของหยูฟู่สั่นระริก นางมองเขาด้วยสายตาระแวดระวัง
ความระมัดระวังตัวของหยูฟู่ทำให้ใบหน้าของเจ้ามู่เฉิงแข็งทื่อ ดวงตาของเขาเย็นชาลงเรื่อยๆ แสงสีทองเรืองรองที่ส่องออกจากกายรวมถึงความอบอุ่นใจที่มาพร้อมแสงนั้นพลันมลายหายไปในอากาศ
ดวงตาของเจ้ามู่เฉิงมืดลง ในดวงตาเบื้องลึกมีแสงประหลาดไหลวนอยู่ แสงนั้นทำให้หยูฟู่เหม่อไปแล้วพ่นเรื่องราวทุกอย่างออกมาทันที…
“ใครก็ได้มาพานางมนุษย์อสรพิษตนนี้ลงไปแล้วเฝ้านางเอาไว้ให้ดี… ใครจะไปคิดว่านางคนนี้เคยเจอกับปู้ฟางมาก่อน ช่างน่าประหลาดใจอะไรเช่นนี้” เจ้ามู่เฉิงพูดเสียงเย็น จากนั้นเงาสองสามเงาก็กระโจนออกมาจากโรงเตี๊ยม แล้วลากหยูฟู่ลงไปเพื่อคุมขังไว้
เผ่ามนุษย์อสรพิษนั้นเป็นเผ่าพันธุ์ที่หาได้ยากยิ่งในจักรวรรดิวายุแผ่ว เจ้ามู่เฉิงเองรับพวกเขาทั้งสามมาด้วยความสงสัยส่วนตัวเพียงเท่านั้น เขาไม่ได้คาดคิดเลยว่าจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับปู้ฟางเพิ่มเติมไปเสียได้
ปู้ฟางเกี่ยวข้องกับเผ่าพันธุ์มนุษย์อสรพิษเช่นนั้นรึ หรือว่าเจ้านั่นมาจากหนองน้ำปราณมายากันแน่
“ตำหนักเมฆาขาวเป็นกลุ่มอำนาจเดียวที่แข็งแกร่งพอในหนองน้ำปราณมายา… หรือว่าปู้ฟางจะเป็นศิษย์ของตำหนักนั้นกัน ถ้าเป็นเช่นนั้นหมอนั่นมันจะมาเปิดร้านอาหารที่นครหลวงไปเพื่ออะไร” เจ้ามู่เฉิงตกอยู่ในห้วงความคิด
เกาะมหายานจัดว่าเป