่ง จนสามารถพ่นคำโกหกออกมาจากปากได้โดยไม่ต้องคิดเลยแม้แต่น้อย
“พรุ่งนี้เจ้าจงไปที่ร้านเล็กๆ ของฟางฟาง ไปพูดเรื่องมนุษย์อสรพิษกับเจ้าของร้านที่ชื่อเถ้าแก่ปู้ แล้วสังเกตปฏิกิริยาของเขามาบอกข้า” เจ้ามู่เฉิงออกคำสั่ง
นักบวชหนุ่มฉางเต๋อชะงักไปทันที “ร้านเล็กๆ ของฟางฟางหรือขอรับ นั่นมันร้านที่ดังเป็นพลุแตกขึ้นมาเพราะมีต้นตื่นรู้ทางห้าสายมิใช่รึ”
เจ้ามู่เฉิงพยักหน้ารับ ทันใดนั้นดวงตาของนักบวชหนุ่มก็เป็นประกายขึ้นมา ประกายนั้นดูช่างชั่วร้ายเสียเหลือเกิน
“ฮี่ๆ ท่านผู้อาวุโสขอรับ รอดูได้เลย พรุ่งนี้ฉางเต๋อคนนี้จะไปที่ร้านนั่น ตอนแรกข้าเองก็ว่าจะแวะไปอยู่แล้ว เพราะต้นตื่นรู้ทางห้าสายนี้ถือเป็นสมบัติที่ล้ำค่าเหลือแสน!”
“จำเอาไว้ว่าต้องไม่ไปต่อสู้กับใครสุ่มสี่สุ่มห้า เจ้าแค่ต้องไปสังเกตปฏิกิริยาของปู้ฟางเท่านั้น” เจ้ามู่เฉิงเอ่ยเตือน
นักบวชหนุ่มพยักหน้ายิ้มๆ จากนั้นก็หันหลังเดินออกจากสวนไป
เจ้ามู่เฉิงมองนักบวชหนุ่มฉางเต๋อเดินหายลับไป ไม่มีใครล่วงรู้ว่าชายแก่ผู้นี้กำลังวางแผนทำอะไรอยู่กันแน่
…
“แม่นางขอรับ กลุ่มขั้นนักพรตยุทธการที่บุกไปที่ร้านกลับมากันหมดแล้วขอรับ… ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ได้ดื่มสุรานั่น”
ในห้องของโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง อู๋อวิ๋นไป่กำลังนั่งขัดสมาธิฝึกปราณอยู่ ส่วนอาจารย์อาอู๋ก็นั่งอยู่ที่ข้างหน้าต่าง ดวงตามองไปยังกลุ่มผู้ฝึกตนขั้นนักพรตยุทธการที่กำลังเผ่นแน่บกลับมาท่ามกลางแสงจันทร์ แล้