ข้าหากัน เขารู้อยู่แล้วว่าตอนนี้มีผู้ฝึกตนขั้นนักพรตยุทธการหลั่งไหลเข้ามาในนครหลวงเป็นจำนวนมาก และลำพังตัวเขาเองก็ไม่อาจทำอะไรได้เพื่อจัดระเบียบสถานการณ์
จักรพรรดิหนุ่มยิ้มออกมาเมื่อได้ฟังสิ่งที่ขันทีเล่า
“กลยุทธ์ของเถ้าแก่ปู้นับว่าใช้ได้ การทำให้พวกขั้นนักพรตยุทธการพากันตกใจตื่นกลัวนี้ช่วยให้นครหลวงมีเวลาหายใจหายคอได้มากทีเดียว พวกขั้นนักพรตยุทธการจู่ๆ ก็หลั่งไหลกันเข้ามามากเหลือ ทำให้แทบจะควบคุมความสงบในเมืองเอาไว้ไม่ได้เลย”
“แต่ข้าแทบรอไปดื่มสุราใหม่ของเถ้าแก่ปู้พรุ่งนี้ไม่ไหวแล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าต้องเหนือชั้นกว่าสุราหัวใจหยกเยือกแข็งหลายขุมนัก ข้ารู้สึกตื่นเต้นลิงโลดใจเหลือเกิน” จีเฉิงเสวี่ยพูดด้วยใบหน้าโหยหา
จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนพร้อมถอนหายใจออกมา เดินไปสองสามก้าว ก่อนจะหันหน้าไปถามข้อมูลจากขันทีข้างกาย
“แล้วช่วงนี้พ่อครัวเงาทำอะไรบ้าง มีสิ่งใดที่ข้าควรต้องรู้หรือไม่”
“ข้าน้อยขอรายงานองค์จักรพรรดิพะย่ะค่ะ พ่อครัวเงาหวังติ้งกบดานเงียบมาทั้งเดือน เขาอยู่ในที่พำนักซึ่งองค์จักรพรรดิจัดหาให้ตลอด มีทำอาหารแล้วก็ออกไปเดินเล่นบ้าง… แต่นอกจากนั้นก็ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ” ขันทีเอ่ยรายงานพร้อมโค้งคำนับต่ำ
จีเฉิงเสวี่ยพยักหน้า เขาโมโหไม่พึงใจในตัวพ่อครัวเงาเป็นอันมาก… หากไม่ใช่เพราะตาเฒ่าเจ้าเล่ห์นี่จงใจปล่อยข่าว นครหลวงคงไม่ต้องมาตกอยู่ในสภาวะอันตรายเช่นนี้ แต่พ่อครัวเงานี้ก็เป็นถึงขั้นน