้สึกที่เหมือนถูกเรียกไปตบกลางตลาดก็ไม่ปาน ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นเขาที่รนหาที่เองอีกด้วย
เทียนสวีจื่อดึงมือออกจากไม้กระดานพลางกระแอมกระไอแก้เก้อ เขาเอาปลายเท้าแตะพื้นเพื่อดีดตัวขึ้นไปในอากาศ ลอยห่างจากร้านขึ้นไป
ชายชราทำนิ้วให้รูปกระบี่ พลังงานกระบี่หมุนวนรอบกายตัดแหวกอากาศ
“ข้าจะให้โอกาสอีกครั้ง หากเจ้ายังไม่ออกมา… ข้าจะบุกเข้าไปจริงๆ แล้ว!” เทียนสวีจื่อพูดอย่างไม่อายปาก
ทางเข้าร้านยังคงปิดสนิท ไม่มีเสียงเล็ดรอดออกมาแม้แต่แอะเดียว
เทียนสวีจื่ออายจนแทบซุกแผ่นดินหนี เขาร้องตะโกนออกมา จากนั้นก็ชี้นิ้วไปข้างหน้า พลังปราณกระบี่ที่หมุนวนรอบกายซัดเข้าหาร้านทันที
เจ้าดำที่นอนอยู่ที่หน้าทางเข้าร้านเปิดปากหาว มันมองพลังปราณกระบี่ระยิบระยับที่พุ่งเข้าใส่ประตูด้วยสายตาเมินเฉย จากนั้นก็กลอกตาแล้วกลับไปนอนต่อ
ฝุ่นคลุ้งตลบอบอวลไปในอากาศ สายลมค่อยๆ พัดเอาฝุ่นที่ฟุ้งกระจายให้ลอยหายไป
ดวงตาของเทียนสวีจื่อสั่นระริกจนแทบจะหลุดออกจากเบ้า…
“อะไรกัน ไอ้ตึกโทรมจะพังแหล่ไม่พังแหล่นี่มันทำมาจากกระดองเต่าหรืออย่างไร เหตุใดจึงยังอยู่อีก… อย่างน้อยก็ช่วยบุบสักนิดไม่ได้หรือ! ต้องด้านต้องทนขนาดนี้เชียวรึ!”
เทียนสวีจื่อรู้สึกเหมือนตนเองเพิ่งโดนสุนัขเหยียบหาง กระบวนท่าที่เขาใช้เมื่อครู่ค่อนข้างแข็งแกร่งมากแล้ว ต่อให้เป็นประตูนครหลวงก็อาจถล่มลงมาได้ แล้วเหตุใดทางเข้าของร้านพรรค์นี้… ถึงกลับไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนกัน!