“ฮ่าๆ! เทียนสวีจื่อ เจ้าแก่จนฝีมือตกไปถึงขนาดนี้แล้วหรือ ขนาดไม้กระดานสองสามแผ่นเจ้ายังทำลายไม่ได้เลย!”
“ทักษะของเทียนสวีจื่อนั้นน่าประทับใจก็จริง แต่ไม้กระดานที่ยังไม่มีแม้รอยขีดข่วนนี้ กลับน่าประทับใจเสียยิ่งกว่า!”
“พี่หญิงหนี่หยัน… ตาแก่นี่โง่หรือเจ้าคะ”
…
เทียนสวีจื่อฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์เขาอย่างออกรส แล้วก็รู้สึกเหมือนหัวใจตนเองถูกแทงทะลุด้วยลูกศรล่องหน…
ทุกคนเยาะเย้ยเขาไม่ลดละ ทำให้เทียนสวีจื่ออับอายมากเสียจนแทบจะชักกระบี่บนหลังออกจากฝัก แต่ก่อนที่เขาจะเริ่มโจมตีด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี ไม้กระดานปิดทางเข้าร้านก็ถูกยกขึ้น
ทันทีที่ทางเข้าร้านเปิด กลิ่นหอมรุนแรงกว่าเดิมก็โชยออกมา กลิ่นสุรานี้เปรียบเสมือนกลิ่นทิพย์ที่ทำให้ทุกคนมีความสุขล้น
ร่างหนึ่งกำลังถือจอกสุราพลางยืนพิงประตู เขามองมาที่ฝูงชนนอกร้านด้วยสีหน้ามึนเมา
“เอิ๊ก… ใครมาเคาะประตูร้านข้าดึกๆ ดื่นๆ กัน”
ปู้ฟางหน้าแดงก่ำ กระนั้นสีหน้าก็ยังคงนิ่งสนิท ภาพที่ขัดกันโดยสิ้นเชิงนี้ดูแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก เขาสวมชุดคลุมที่แหวกเปิดหน้าอกเสียกว้าง คงเป็นเพราะเจ้าตัวรู้สึกร้อน
กลิ่นสุรายังคงลอยออกจากร้านอย่างต่อเนื่อง ดวงตาของเทียนสวีจื่อมองจอกในมือปู้ฟาง
“สุราชั้นเลิศ! ไม่ผิดอย่างแน่นอน! นี่เป็นสุราชั้นเลิศที่สุดเท่าที่ข้าเคยเจอมาในชีวิตนี้!” ชายชราอุทานออกมา
พลังปราณปริมาณมากก่อตัวเป็นเมฆสามก้อน ลอยอยู่เหนือจอกสุราในมือปู้ฟาง
“