แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องชั้นยอด แต่เจ้ายังไม่ได้ตอบคำถามข้า ใช่เจ้าหรือไม่ที่มาเคาะประตูร้านข้าดึกๆ ดื่นๆ เช่นนี้” ปู้ฟางเหลือบตามองเทียนสวีจื่อ ยังคงเอาตัวพิงประตูอยู่
“ใช่แล้ว ข้ามาเพื่อซื้อสุราจากเจ้า หวังว่าเจ้าจะยินดีทำให้ความต้องการของข้าเป็นจริง” เทียนสวีจื่อพูดด้วยความตื่นเต้น
ปู้ฟางเลิกคิ้ว เขายกสุราขึ้นจากนั้นก็โบกมันหราต่อหน้าทุกคน…
“เจ้าหมายถึง… สุราในจอกนี้น่ะหรือ” ปู้ฟางพูดเสียงเบา
พอชายหนุ่มโบกจอกสุราต่อหน้าทุกคน กลิ่นสุราที่อยู่ภายในจอกก็พุ่งเข้าโจมตีประสาทการรับกลิ่นของพวกเขาอีกระรอก จนทำให้ตาของทุกคนลุกวาวไปตามๆ กัน
แต่คนที่คุ้นเคยกับชายหนุ่มเป็นอย่างดีกลับมีใบหน้าอิหลักอิเหลื่อ…
มุมปากของพวกเขากระตุกขณะมองไปยังเถ้าแก่ปู้ที่ดูสติไม่อยู่กับร่องกับรอย ชายยียวนกวนประสาทผู้นี้น่ะหรือคือเถ้าแก่ปู้ที่พวกเขารู้จัก แม้ใบหน้าจะยังตายด้านเหมือนเดิม แต่การกระทำกลับ… มองแล้วรู้สึกหดหู่ใจเหลือเกิน
เถ้าแก่ปู้… เมาเช่นนั้นรึ
“ใช่แล้ว!” เทียนสวีจื่อกลื่นน้ำลาย จิตวิญญาณนักดื่มในกายเริ่มเต้นเร่าๆ เมื่อได้สูดกลิ่นนั้นเข้าไป
ปู้ฟางยิ้มเผล่ขณะมองเทียนสวีจื่อ จากนั้นเขาก็กระดกสุราทั้งหมดในจอกลงคอท่ามกลางสายตาของชายชราที่จับจ้องอยู่
ปู้ฟางแยกเขี้ยวยิงฟันพลางเอ่ย “ซื้ด อ้า! ช่างยอดเยี่ยมอะไรเช่นนี้!”
เทียนสวีจื่อรู้สึกราวกับหัวใจถูกกรีดด้วยมีดจนเป็นแผล “ไอ้หมอนี่… มันตั้งใจเช่นนั้นรึ!” เขา